สาว19ป่วยสมองช้า ปั่นซาเล้งพาย่าขาด้วนเก็บขยะ ย่าห่วงตัวเองตาย-หลานอยู่อย่างไร

 วันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า พบหญิงสาววัย 19 ปี ป่วยพัฒนาการทางสมองช้าและไม่ได้เรียนหนังสือ สู้ชีวิตด้วยการปั่นสามล้อพาย่าพิการขาด้วน เก็บเศษขยะขายเลี้ยงชีพเพื่อประทังชีวิต มีรายได้เพียงวันละ 20-30 บาท จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนางสายบัว มีใจ อายุ 65 ปี ผู้เป็นย่า อยู่บ้านเลขที่ 9/29 ต.ศรอัสนีย์ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พิการขาข้างขวาด้วนหายไปจนถึงสะโพก สาเหตุจากป่วยเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง จากเชื้อโรคที่มากับเศษขยะ ได้ยึดอาชีพเก็บเศษขยะขายมาเป็นเวลานานถึง 2 ปี อาศัยอยู่ภายในชุมชนหลัง รพช.เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ กำลังนั่งอยู่บนรถสามล้อ โดยมี น.ส.บุญมี  บุญสุข อายุ 19 ปี หลานสาวที่เกิดจากลูกชายที่เสียชีวิตไปแล้วพร้อมกับภรรยา ป่วยด้วยโรคพัฒนาการทางสมองช้าตั้งแต่เกิด แต่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีพละกำลังมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา ปั่นสามล้อพาย่าออกจากบ้านตั้งแต่เช้าทุกวัน เพื่อเก็บเศษขยะที่เป็นกระดาษอ่อน กระดาษแข็ง ขวดพลาสติก ขวดน้ำอัดลม ทั้งชนิดแก้วและกระป๋อง แล้วนำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า นำเงินที่ได้ซื้อกับข้าวประทังชีวิตกัน 2 คน ระหว่างย่ากับหลานในแต่ละวันอย่างไม่ย่อท้อต่อชะตากรรม นางสายบัว กล่าวว่า อยู่กินกับสามีมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี ไม่ได้จดทะเบียนกัน สามียึดอาชีพดูดวง มีลูกชาย 2 คนเสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ ทิ้งหลานสาวที่เกิดจากลูกชายคนเล็กเอาไว้เพียง 1 คน ป่วยด้วยโรคพัฒนาการทางสมองช้า พาเข้าเรียนหนังสือก็เรียนไม่ทันเพื่อน เพราะสมองไปไม่ไหว เรียนอยู่แค่ชั้น ป.3 ก็ต้องออกจากโรงเรียน จากนั้นหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยบ้านพักเด็กและครอบครัว นำไปเลี้ยงนานถึง 9 ปี นางสายบัว กล่าวว่า อาชีพทำนายดวงชะตารายได้ไม่ดี ตนจึงตระเวนเก็บเศษขยะขายกับสามี เก็บได้เพียงปีเดียว เกิดป่วยด้วยโรคผิวหนังที่ขาขวาจนลุกลามกลายเป็นมะเร็ง ทำให้ต้องตัดขาทิ้ง เพื่อให้ชีวิตอยู่รอด ขณะเดียวกันสามีก็เริ่มเจ็บป่วยและเสียชีวิตลงก่อนหน้านี้เพียง 4 เดือน ด้วยชีวิตที่ไม่มีใคร ลูกก็ตายหมดแล้ว สามีก็จากไป อยู่ตัวคนเดียวลำพังไม่มีใครดูแล รู้สึกเหงาและเศร้าใจ จึงคิดถึงหลานที่หน่วยงานของรัฐนำไปเลี้ยงเอาไว้และเติบใหญ่แล้ว จึงขอรับหลานมาอยู่ด้วยกันเพื่อช่วยดูแลชีวิตในบั้นปลายก่อนสิ้นลมหายใจ นางสายบัว กล่าวด้วยว่า ความสงสารและเมตตาจากเจ้าหน้าที่เห็นว่า หลานมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยเป็นโรค พูดจารู้เรื่องและเข้าใจง่าย ด้วยหลานสาวเป็นผู้หญิงที่โตเป็นสาวแล้ว หวั่นภัยสังคม จึงจับทำหมัน และยอมปล่อยให้มาดูแล จึงได้หลานคอยปั่นสามล้อและช่วยกันเก็บเศษขยะขายเพื่อหาเลี้ยงชีวิต การเก็บเศษขยะขายเป็นอาชีพที่สุจริต ไม่สร้างปัญหาให้กับใคร อาศัยยึดหลักพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในการดำรงชีวิตมาโดยตลอด เพื่อไม่เบียดเบียนใคร

“ทุกวันนี้มีรายได้จากการเก็บเศษขยะขายวันละ 30 บาท เบี้ยยังชีพคนพิการ 500 บาท และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท รวม 1,100 บาท มรดกที่สามีทิ้งเอาไว้ให้ มีบ้านก่ออิฐปูนหลังเล็ก 1 หลัง สำหรับไว้ซุกนอน สร้างอยู่บนเนื้อที่ดินของราชพัสดุ ที่ต้องจ่ายค่าเช่าเป็นรายปีละ 1,000 บาท พร้อมกับรถสามล้อที่หาเก็บเศษขยะมาด้วยกัน สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้ หากสิ้นลมหายใจไปแล้วหลานสาวจะมีชีวิตอยู่อย่างไร และจะอยู่กับใคร” นางสายบัวกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ น.ส.บุญมี ยังคงพาย่าซึ่งพิการขาด้วนขึ้นรถสามล้อ แล้วปั่นไปตามท้องถนนในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ตามชุมชนต่างๆ เพื่อเก็บเศษขยะเหมือนเช่นทุกวันแล้วนำไปขาย ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสและด้วยพละกำลังของร่างกายที่แข็งแรง สิ่งที่สร้างความสุขให้กับน้องมากที่สุด คือ การได้พบตัวตุ๊กตาสีชมพูและสีขาวในถังขยะแล้วนำมาสวมกอดด้วยความดีใจ พร้อมกับตุ๊กตาขนาดเล็กอีกหลายตัวที่ถูกทิ้งไว้ในถังขยะ บ่อยครั้งที่ได้ตุ๊กตามาจะนำไปล้างทำความสะอาด ตุ๊กตาที่ได้บางส่วนก็นำไปแบ่งปันให้กับเพื่อนในชุมชนเดียวกันโดยไม่หวงเลย

ที่มา>>>ข่าวสด

เด็กหญิงวัย 14 ดูแลตายาย น้อง รวม 5 ชีวิต อาศัยเพียงเบี้ยยังชีพ ออกขุดมันหารายได้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” ประจำจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับแจ้งจากนายไพโรจน์ พนมวาสน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ว่า มีเด็กหญิงอาศัยอยู่ในกระท่อมกับตาและยายที่แก่ชราและยังมีโรคประจำตัว นอกจากนี้ก็ยังมีน้องชายและน้องสาวสาวอีก 2 คน รวม 5 ชีวิต ส่วนพ่อและแม่พ่อเสียชีวิตไปแล้ว มีความเป็นอยู่ที่ลำบากแร้นแค้น เพราะไม่มีรายได้อาศัยเบี้ยยังชีพของผู้เป็นตาประทังชีวิต ส่วนผู้เป็นยาย ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์นั้น ไม่มีบัตรประชาชน จึงไม่ได้รับสิทธิ์ ในการรับเบี้ยยังชีพ และรักษาพยาบาล ล่าสุดไปรักษา ค่ารักษา 7,400  บาท มีเงินจ่ายแค่เพียง 2,000 บาท ที่เหลือยังค้างชำระกับทางโรงพยาบาลกำแพงเพชร วอนสังคมช่วยเหลือที่กระท่อมเลขที่ 209/78 หมู่ที่ 6 ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชรที่เด็กหญิงและครอบครัวอาศัยอยู่นั้นมีลักษณะยกพื้นหลังคาสังกะสี มีแผ่นกระดานเรียงกันพอได้อยู่อาศัย และมีแคร่ไม้ไผ่เป็นระเบียงอยู่หน้ากระท่อมที่ไม่มีประตู ภายในกระท่อมก็มีเสื้อผ้าที่นอนเก่าๆ ดูไม่สะอาดวางเรียงอย่างไม่เป็นระเบียบ และมีครัวหุงหาอาหารทำกินอยู่ในพื้นที่บริเวณเดียวกันเป็นที่น่าสลดหดหู่ไม่ได้พบเห็น ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณภาพทอง อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม เด็กชายมงคล คงสิทธิ์อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปี และ เด็กหญิงสุทธินี คงสิทธิ์อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 นักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านนครชุม อาศัยอยู่กับผู้เป็นตา ชื่อ นายสุข คงสิทธิ์อายุ 87 ปี และผู้เป็นยาย ชื่อนางชิน คงสิทธิ์ อายุ 70 ปี ภายในกระท่อมเสื่อมโทรมพื้นที่ปลูกเป็นผืนดินที่เช่า ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ในชีวิตประจำวัน มีเพียงหม้อหุงข้าวไฟฟ้า กับกระทะสำหรับปรุงอาหาร

จากการสอบถามถึงรายได้ที่มาจุนเจือครอบครัวนั้น ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณภาพทอง เปิดเผย “ข่าวสด” ว่า ตนอาศัยช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์รับจ้างขุดมันสำปะหลัง มีรายได้วันละ 150 บาท และเก็บพืชผักที่มีขึ้นในป่าไร่ที่อยู่ใกล้ๆบ้านที่ตนเองกับน้องช่วยกันปลูกไว้ไปขาย และได้รับเงินเบี้ยคนพิการกับเบี้ยยังชีพของตา จำนวน 1,600 บาท ได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัวอุปถัมภ์จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เดือนละ 2,000 บาท เป็นค่าอาหารและค่ารักษาพยาบาลของตาและยาย จึง ไม่พอเพียงกับ 5 ชีวิตที่หญิงเด็กหญิงสุวรรณี สุวรรณภาพทอง ต้องเป็นภาระเลี้ยงดูทั้งครอบครัว รู้สึกผิดหวังเวลาตายายไม่มีข้าวกิน ไม่มีเงินไปซื้อข้าวก็จะอาศัยขอข้าวคนข้างบ้านมาเลี้ยงชีพสำหรับกิจวัตรประจำวันของ ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณภาพทอง นั้นทุกวันตอนเช้า ต้องหุงหาอาหารให้ตากับยายและน้องสาวน้องชายกิน กลับจากโรงเรียนก็ต้องมาดูแลและช่วยยายที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์อาบน้ำ และดูแลน้องน้องไม่ให้ไปเล่นหรือไปเกเรไกลบ้าน ส่วนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็จะออกไปรับจ้างตัดมันขุดมันเพื่อหารายได้เสริม ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณทองภาพบอกว่าทุกวันนี้ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยไม่รู้สึกท้อแท้ต้องการหาเงินเพื่อรักษาสายตากับยายให้หายกลับเดินได้ อยากให้ยายมีบัตรประชาชน อยากมีบ้านอยู่ ความฝันโตไปอยากเรียนหนังสือเป็นพยาบาลเพื่อจะได้ดูแลรักษาคนป่วย

น.ส.สุวิชา เกิดขำ คุณครูที่ปรึกษาโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ด.ญ.สุวรรณี เป็นเด็กนักเรียนที่นิสัยดีร่าเริงแจ่มใสชอบช่วยเหลือครูและเพื่อนอยู่เสมอ ซึ่งจากเทอมแรกจะมีผลการเรียนในระดับเกรด 3 กว่า แต่เทอมที่ผ่านมาเกรดนักเรียนลดลงเหลือ 2.6 ถึง  2.7 ซึ่งอาจจะเป็นผลพวงจากทางบ้านที่ต้องรับผิดชอบตายายเพิ่มมากขึ้นในการรับจ้างทำงาน ทำให้การอ่านหนังสือเรียนนั้นมีน้อยลง โดยทางโรงเรียนก็ได้คอยให้ความช่วยเหลือส่งเสริมมาโดยตลอดในเรื่องปัจจัยค่าพื้นฐานแม้ว่าจะมีเด็กหญิงจะมีภาระทางครอบครัวอย่างมากมายแต่ ด.ญ.สุวรรณี ก็ไม่ทิ้งการเรียนเป็นอย่างใด สำหรับผู้ที่มีความเมตตาที่จะช่วยเหลือกับครอบครัวของ ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณทองภาพ ทาง นายไพโรจน์ พนมวาสน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 นางสาวสุวิชา เกิดขำ คุณครูที่ปรึกษาโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม และนายบุญยงค์ คงสิทธิ์ ประธานชุมชนบ้านร่วมใจ ทั้ง 3 คน จะร่วมกันเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบดูแลบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการศึกษาของ ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณทองภาพ ผ่าน บัญชีออมทรัพย์  ธนาคารกรุงไทย สาขากำแพงเพชร ชื่อบัญชีทุนเพื่อการศึกษา ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณทองภาพ เลขที่บัญชี 620-0-80179-7

ที่มา>>>ข่าวสด