ซิป้าเดินหน้ายุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล

ซิป้าเดินหน้ายุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล    ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในประเทศจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และสถาปัตยกรรมทั้งโบราณและสิ่งก่อสร้างยุคใหม่ ผสมผสานกันอย่างลงตัว และที่สำคัญคืออัธยาศัยของคนไทยที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยไม่ขาดสายและจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล และเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ

Infographic
สถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยปี 2559
– มกราคมถึงกันยายน มีนักท่องเที่ยว 24.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4 จากช่วงเดียวกันในปี 2558
สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1,230.2 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 16.1 ต่อปี
(ที่มา : กรมการท่องเที่ยว)
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าปี 2559 จะมีเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมประมาณ 537,000 – 544,000 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 4.7 – 6.0 จากปี 2558 ที่คิดเป็นมูลค่า 513,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผลที่ตามคือการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้สูงตามไปด้วย โดยผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทาย อาทิ ทำอย่างไรให้เข้าถึงฐานนักท่องเที่ยวได้อย่างสูงสุด นอกจากนี้ธุรกิจประเภทที่พักจำเป็นต้องกำหนดราคาห้องพักแต่ละช่องทางอย่างสอดคล้องกัน รวมถึงจำเป็นต้องสร้างความสมดุลของรายได้ในแต่ละช่องทางควบคู่กันไปด้วย ดังนั้นธุรกิจที่พักจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนขายห้องพักล่วงหน้า เพื่อนำมาสู่การคาดการณ์รายได้ที่แม่นยำและลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการ ไม่เพียงเท่านี้เรายังต้องการระบบการค้นหาจากเสิร์ชเอนจินที่ครอบคลุมเพื่อให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์จากการสืบค้น โดยสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า ซึ่งเดินหน้าตามกรอบยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลสนองนโยบายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ที่ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงได้มีการดำเนินโครงการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในระดับสากล Tourism Thailand Open Platform (ToTOP)      นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับโครงการ ToTOP ซิป้าได้ใช้เวลาถึง 2 ปี ในการดำเนินการประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ การกำหนดระบบ Standard Code หรือรหัสมาตรฐานของธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งทางซิป้าได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในการเข้ามาแก้ไขปัญหาการค้นหาในระบบไอที ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะสามารถนำไปใช้และสร้างเป็นมาตรฐานให้เกิดขึ้นเป็นแห่งแรกของโลกและจะขจัดปัญหาข้อผิดพลาดในการค้นหา เพื่อให้การซื้อขายบริการและที่พักมีประสิทธิภาพ ต่อมาคือ ระบบ Hotel Channel Manager หรือระบบการบริหารจัดการธุรกิจที่พักในการทำธุรกรรมบนโลกออนไลน์ ที่จะเข้ามาช่วยในการควบคุมราคา จำนวนห้องพักให้กับผู้ใช้ ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการธุรกิจที่พักง่ายขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ ระบบดังกล่าว ยังมีข้อดีในการเรื่องของรูปแบบการขายซึ่งจะมีให้ผู้ประกอบการเลือกได้ คือ การขายโดยกำหนดราคาเดียวเท่ากันทุกช่องทางกันและการขายแบบคู่ค้าที่มีการทำสัญญาล่วงหน้า

และสุดท้าย คือ ระบบการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มช่องทางด้านการตลาดด้านท่องเที่ยวในรูปแบบธุรกิจกับธุรกิจ (Tourism Thailand Open Platform B2B) โดยระบบดังกล่าวจะเข้ามาช่วยให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวไทยได้เสนอขายสินค้าประเภท โรงแรม ทัวร์แพคเกจ Package Tour ทัวร์วันเดียว Sightseeing Tour รถรับส่ง Car Transfer สนามกอล์ฟ Golf Package ผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปแบบ B2B และการเชื่อมต่อ API ผู้ซื้อสามารถซื้อสินค้าได้แบบ One Stop Services เนื่องจากในปัจจุบันตลาดกลางเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผู้ขายรายย่อยที่จะเข้าถึงผู้ซื้อและขายทั่วทุกมุมโลก และที่ผ่านมาการซื้อขายสินค้าประเภทนี้ถูกกุมชะตาจากบริษัทเอเยนต์ ซึ่งมักเป็นการติดต่อระหว่างเอเยนต์ต้นทางและปลายทาง ทำให้ธุรกิจรายย่อยของไทยเข้าถึงได้ยากและขาดโอกาสทางการตลาด ดังนั้นการมีแพลตฟอร์มที่รวบรวมสินค้าและบริการของผู้ประกอบการการท่องเที่ยวไทยขึ้นมา จึงเป็นทางเลือกให้เอเยนต์ต่างๆทั่วโลก


“สำหรับชาวกาญจนบุรี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ กาญจนบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO กาญจนบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ

กรณ์ เผยสภาพแฟลตตำรวจ 3 โรงพักอยู่รวมกัน สุดย่ำแย่ จี้ปรับคุณภาพชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ได้เข้าไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ และได้พบกับสภาพแฟลตที่สภาพย่ำแย่

โดยระบุว่า “วันนี้เข้าไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่ซอยสวนพลู ซึ่ง สน.ทุ่งมหาเมฆ ต้องแชร์อาคารกับอีก สน.บางโพงพาง ส่วนข้างหลังสถานีเป็นแฟลต ที่พักตำรวจ นอกจากตำรวจทุ่งมหาเมฆ และบางโพงพางแล้ว แฟลตชุดนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.วัดพยาไกร อีกด้วย สภาพความเป็นอยู่แย่มากครับ แต่ตำรวจที่ได้ห้องพักถือว่าอยู่ในกลุ่มที่โชคดี เพราะมีอยู่ในคิวรอห้องว่างอยู่อีกเกือบร้อยนาย เราอยากได้ตำรวจที่มีมาตรฐานเราก็น่าจะต้องจัดเครื่องไม้เครื่องมือและสวัสดิการของเขาให้ได้มาตรฐานด้วยครับ”14264076_10154533042704740_3503075804188133138_n14264188_10154533042769740_3893864398049298749_n14370359_10154533042779740_488908927046969978_n

ที่มา>>>ข่าวสด