แม่เล่านาทีระทึก!หมีควายโผล่จากป่าเขาใหญ่ ตะปบหน้าลูกชายเลือดสาดอาการปางตาย

 เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กจากชาวบ้านเนินยาว หมู่ 5 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ที่ใช้ชื่อว่า “BENZAMA” เตือนผ่านหน้าเฟซบุ๊กให้ระวังภัยหมีควายจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ออกหากินนอกพื้นที่ป่า ทำร้ายนายคำพันธ์ คำวิชัย อายุ 44 ปี ชาวบ้าน บ้านเนินยาว เลขที่ 21 หมู่ 5 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ญาตินำส่ง ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.ประจันตคาม และนำส่งรักษาต่อ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เนื่องจากอาการสาหัส สถานที่เกิดเหตุริมคลองส่งน้ำชลประทานกลางทุ่งนา บ้านเนินยาว หมู่ 5 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากสี่แยกศิวบูลย์ถนนสายสุวรรณศร สาย 33 แยกไปทางถนนสายเนินเป้า-บ้านท่าโพธิ เส้นเข้าน้ำตกตะคร้อประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านห่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10 (ขญ.10) มรดกโลก ประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ สภาพจุดเกิดเหตุเป็นคลองส่งน้ำชลประทานต้นน้ำประจันตคามกว้างกว่า 3 เมตร ลึก 1 เมตรผ่านทุ่งนา สลับด้วยป่ายูคาลิปตัส และป่าละเมาะตามธรรมชาติ พบกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ นำโดยนายปรีชา พู่ระหง ผอ.ส่วนสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) สนธิกำลังร่วมกับ ทหารหน่วย “บูรพาพยัคฆ์” หรือ กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ พัน 2 (กรม.ร.2 รอ.พัน 2) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ประจันตคาม นำโดยนายสิทธิชัย เอกแสงสี ปลัดอาวุโส อ.ประจันตคาม นายประดิษฐ์ คำวิชัย กำนัน ต.บุฝ้าย – ผู้ใหญ่บ้าน นายตระกูล   อาจอรัญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10 (ขญ.10) พร้อมกำลัง ชุดเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก รวมจำนวนกว่า 100 คน กำลังเร่งค้นหาหมีควาย ตัวที่ทำร้ายชาวบ้านดังกล่าวตามป่าที่สงสัยเป็นแหล่งซ่อนตัว นายตระกูล กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากนายประดิษฐ์ คำวิชัย กำนัน ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มีหมีควายไม่ทราบเพศ ขนาดความสูงเกือบ 1 เมตร น้ำหนักตัวระหว่าง 70-80 กิโลกรัมพบที่คลองส่งน้ำชลประทาน ที่บ้านเนินยาว หมู่ 5 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ใช้กรงเล็บตะปบนายคำพันธ์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยตะบปที่ใบหน้าเป็นแผลที่ตาขวา และจมูกเป็นแผลฉกรรจ์ เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 11.30 น. เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่นายคำพันธุ์กำลังล้างทำความสะอาดต้นโสน เพื่อส่งขายใช้เป็นวัสดุในการทำงานประดิษฐ์-ช่างฝีมือ ที่คลองชลประทานกลางทุ่งนา นายตระกูล กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10 (ขญ.10) ได้รับแจ้งชาวบ้านมาก่อนหน้าเมื่อวันที่ 3 ก.ย. นี้มีชาวบ้านพบรอยเท้าหมีออกมาหากินในพื้นที่บ้านเนินเป้า หมู่ 7 บ้านเขาน้อย หมู่ 9 และบ้านท่าเรือ หมู่ 10 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ. ปราจีนบุรี ได้ร่วมกับหน่วยทหารออกตรวจสอบ แต่ไม่พบตัวพบเพียงรอยเท้า และล่าสุดมาทราบว่าหมีควายได้ทำร้ายชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว “เบื้องต้นนี้ ทางป่าไม้ร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก แบ่งกำลังออกเป็น 3 สาย ในจุดที่พบร่องรอยหมีควายดังกล่าวคือ ได้กระจายกำลังออกติดตามหาตัวหมีให้พบ เพื่อยิงยาสลบ แล้วนำส่งศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก ในการพักฟื้นก่อนนำกลับคืนป่าธรรมชาติต่อไป แต่จากการกระจายกำลังออกติดตามตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ยังไม่พบแต่อย่างใด เบื้องต้นยุติการค้นหา และแจ้งไปยังผู้นำชุมชน หากพบร่องรอยหมีความตัวดังกล่าว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือสัตว์ป่าฯและป่าไม้ในทันที เพื่อนำตัวกลับมาพักฟื้นก่อนนำส่งคืนผืนป่าต่อไป” นายตระกูล กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้เดินทางไปที่ตึกศัลยกรรมชาย เพื่อสอบถามข้อมูลจาก นางสำเนียง แซ่เตียว อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นมารดาของนายคำพันธ์ โดยนางสำเนียง กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนเองพร้อมลูกชายที่ได้รับบาดเจ็บถูกหมีตะปบ นายคำพันธุ์ออกไปตัดต้นโสนที่ทุ่งนา ที่ปลูกไว้เป็นอาชีพเสริมหลังจากทำนา โดยช่วยกัน 3 คน มีนายน้อย แซ่เตียว อายุ74 ปี สามี นายคำพัน คำวิชัย อายุ 44 ปี ลูกชายคนที่ 2 ผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยพ่อแม่ทำงาน เนื่องจากยังไม่มีครอบครัว

“ช่วงก่อนเกิดเหตุ ที่หมีควายจะตะบปทำร้ายลูกชายนั้น ได้เรียกลูกชายมากินข้าวกลางวัน โดยนายคำพันบอกว่ายังไม่กิน เดี๋ยวก่อน แล้วก็ลงน้ำในคลองชลประทานที่ไหลผ่าน ตัดต้นโสน ล้างทำความสะอาดได้ 3 ต้น ตนเองมองเห็นหมีควายสีดำ อยู่ข้างหลังลูกชาย หมีมันตรงมาทำร้ายลูกชายจากด้านหลังใช้อุ้งมือตะบปใบหน้า โดนดวงตาทั้งสองข้าง ใบหน้าแก้มทั้งสองข้าง แขนทั้งสองข้างโดยเฉพาะมือขวาหัก ในช่วงนั้นด้วยความเป็นห่วงลูกชายมองเห็นไม้ยาวประมาณหนึ่งวา จึงคว้าและตีไปข้างหลังหมี ที่กำลังทำร้ายลูกซึ่งหมีเมื่อถูกไม้ตีหลังตี มันหันมามองตนเองต่างจ้องมองสู้ตากันกับมัน จากนั้นหมีลากลูกชายลงไปที่น้ำลึก กดน้ำแล้วเหยียบหัวซ้ำให้จม ตนใช้ไม้ที่มือตี ไปที่ดั้งจมูกหมี จนมันวิ่งหนีเข้าป่าหายไป พร้อมกับช่วยลูกชายขึ้นมาจากน้ำรอดตายหวุดหวิด หลังจากนำส่งรักษา ที่รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ล่าสุดขณะอาการปลอดภัยแล้ว แต่ตาจะต้องผ่าตัดจากจักษุแพทย์ต่อไป พร้อมกับมีเพื่อนมาให้กำลังเกือบ 20 คน ต่างบอกว่าอยากให้จับหมีให้ได้ เพราะชาวหวาดกลัว เพราะต้องทำมาหากินต่อ” นางสำเนียง กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

หมีควายบุกบ้านหลังร.ร.ครูสาวช็อก!ตื่นมาเจอ เดินวนเวียนหาของกิน เตือนนร.อย่าเข้าใกล้ชายป่า

กรณีหมีควายจำนวน 2 ตัว จากทั้งหมด 21 ตัวในศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง บ้านปางหมู ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน แหกกรงตาข่ายเหล็กหลุดเข้าไปในป่า บริเวณพื้นที่ตำบลปางหมู สาเหตุเพราะเกิดฝนตกหนัก และระบบไฟฟ้า ป้องกันหมีรอบกรงเหล็กขัดข้องเมื่อคืนวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย. เวลา 15.00 น. หมีควายจำนวน 3 ตัวที่ถูกขังในกรงคอนกรีต ได้หลุดจากกรงเข้าไปในสนามตาข่าย และหมีที่หลุดออกไปนั้นเป็นหมีอายุเพียง 3 ขวบ ถูกหมีที่ใหญ่กว่า พากันทำร้ายทำให้มันแหกกรงตาข่ายหลุดออกมานอกกรง ขณะนี้หมีทั้งสองตัว ยังคงอาศัยอยู่ใกล้กรงเลี้ยงจำนวน 1 ตัวและอีกตัวอาจจะหนีเตลิดเข้าไปในป่า บริเวณหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏแม่ฮ่องสอน ไปจนถึงด้านหลังศูนย์บำบัดยาเสพติด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปนั้น เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นายปรีชา ทะจะกัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์, หน่วยป้องกันและดับไฟป่าแม่ฮ่องสอน และหน่วยไฟป่าปางตอง, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.2 (ม่อนตะแลง) หน่วยอุทยานแห่งชาติ ถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ หน่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า รวมกำลังประมาณ 50 นาย เดินทางไปที่บ้านพักของ น.ส.ปวีย์ธิดา เฉลิมภูมิพัฒน์ เลขที่ 14/2 ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นบ้านเช่า อยู่ติดกับสนามกีฬาของโรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ และติดกับป่าใกล้สนามกีฬา และห่างจากสวนสัตว์ป่าปางตอง ประมาณ 6 กิโลเมตร หลังจากได้รับแจ้งเหตุมีหมีควายขนาดใหญ่ พยายามบุกเข้าไปในบ้านและทำลายกระจกบานเกร็ดแตกกระจาย เมื่อไปถึงพบน.ส.ปวีย์ธิดา เจ้าหน้าที่ครูประจำเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขต 1 แม่ฮ่องสอน ยืนเล่าเหตุการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตระหนก โดยระบุว่า เมื่อคืนเวลาประมาณ 00.55 น. ตนได้ยินเสียงหายใจของสัตว์แรงมากผิดปกติ บริเวณหน้าต่างหัวนอน จึงเปิดไฟดูพบหมีควายตัวขนาดใหญ่ ใช้อุ้งเท้าตะปบที่บานเกร็ดหน้าต่าง จนทำให้บานเกร็ดร่วงตกลงพื้นแตกไป 2 บาน และหมีตัวดังกล่าว พยายามวนเวียนอยู่รอบบ้านคล้ายจะเข้ามาในบ้านให้ได้ จึงได้โทรแจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยแม่ฮ่องสอน เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบหมีตัวดังกล่าว หลังจากนั้นประมาณชั่วโมงต่อมา ตี 2 หมีตัวดังกล่าว หวนกลับมาอีก ตนจึงโทรเรียกเพื่อนสนิทที่เป็นทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 7 จำนวน 2 คน มาเป็นเพื่อน และทหารทั้งสองพยายามค้นหาหมีจนพบว่า แอบซุ่มอยู่บริเวณติดฝาฝนังบ้านด้านทิศตะวันตก ทางเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงขู่ไล่หมีจนเตลิดเข้าป่าไป นอกจากหมีตัวดังกล่าวจะข่วนบานเกร็ดบานประตูหน้าต่างด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นหัวนอนแล้ว รุ่งเช้ายังพบว่า มีรอยเท้าหมีข่วนบริเวณหน้าประตูเข้าบ้าน และมีรอยคุ้ยขยะที่วางหน้าบ้านอีกด้วย ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ เปิดเผยว่า จากการสอบถามเจ้าของบ้าน พบว่าในบ้านหลังดังกล่าว มีน้ำผึ้งเก็บไว้ในบ้าน คาดว่าหมีที่หลุดไป หิวอยากกินน้ำผึ้ง จึงพยายามจะเข้าไปในตัวบ้าน เคราะห์ดีที่เป็นบ้านปูนแข็งแรง หมีไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ติดตามรอยเท้าของหมี พบว่ามุ่งหน้าเข้าป่า ไปทางอ่างเก็บน้ำของสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งห่างจากบ้านพักครูไปประมาณ 2 กม. และขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามจัดกำลังตีวงโอบล้อมจุดที่พบรอยเท้าหมีตัวดังกล่าว คาดว่าจะพบตัวและจับได้ในเร็วๆ นี้ ส่วนหมีอีกตัวนั้นพบว่า มีร่องรอยเคลื่อนไหวอยู่บริเวณใกล้กับสวนสัตว์ป่าปางตอง ใกล้กับคอกเดิมของมัน

ในส่วนของโรงเรียนห้องสอนศึกษา ได้ประกาศเตือนให้นักเรียนในขณะที่เข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า ว่าห้ามนักเรียนทุกคนเข้าไปใกล้แนวชายป่า ด้านหลังของโรงเรียนอย่างเด็ดขาด และกิจกรรมในสนามกีฬาที่ติดกับชายป่า และงดกิจกรรมเล่นกีฬาโดยเด็ดขาด

ที่มา>>>ข่าวสด