ซิ่งจนได้เรื่อง เก๋งหรูมุดปาดแซงไม่พ้น เฉี่ยวเก๋งอีกคันเข้าใต้รถบรรทุกสุดหวาดเสียว(คลิป)

เป็นคลิปจากต่างประเทศที่ดูแล้วสร้างความหวาดเสียวอย่างแรง โดยพบว่าเก๋งบีเอ็มคันหนึ่งได้ขับลักษณะซิ่งปาดซ้ายขวามาบนถนน แต่จังหวะที่กำลังมุดผ่านหลังรถบรรทุกขนาดใหญ่เก๋งคันดังกล่าวแซงไม่พ้นทำให้เฉี่ยวรถที่ขับตรงมาจนเสียหลักมุดเข้าไปใต้ท้องรถบรรทุกและถูกลากต่อไปอีกหลายเมตรกว่าจะหยุดลง ซึ่งเป็นภาพหวาดเสียวและเป็นอุทาหรณ์สำหรับการใช้รถใช้ถนนอีกครั้ง

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

นาทีชีวิต!จนท.ปั๊มหัวใจคุณยายขี่จยย.เสยท้ายรถบรรทุกดับ หลานสาวรอดร่ำไห้กอดศพสุดสลด

 เมื่อวันที่ 9 ส.ค. พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว พนักงานสอบสวน ทำหน้าที่นายร้อยเวรคดีจราจร สภ.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี รับแจ้ง จากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถไม่ทราบสี ยี่ห้อ มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสูงอายุ 1 ราย และเด็กหญิงได้รับบาดเจ็บ แต่รู้สึกตัวดีอีก 1 ราย ที่บริเวณหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวชัยพร ถนนมิตรภาพอุดรธานี-ขอนแก่น ฝั่งขาเข้าตัวเมืองอุดรธานี เยื้องโรงงานน้ำแข็ง ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงได้พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธานินทร์ อินทร์กอง รอง ผกก.หน.สภ.โนนสูง พ.ต.ท.เสกสรรค์ ชุ่มแจ่มสว.ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล. หน่วยกู้ภัยทางหลวง หน่วยกู้ชีพ และแพทย์เวร รงพ.ศูนย์อุดรธานี มูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี และกำลังสายตรวจ สภ.โนนสูง จำนวนหนึ่งรุดไปตรวจสอบ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน ฝั่งขาเข้าตัวเมืองที่ช่องจราจรด้านใน พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกูปี้สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน 1 กฌ3660 อุดรธานี ล้มคว่ำอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบหญิงสูงอายุสวมกางเกงขาสามส่วนลายดอกดำขาว สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สภาพแขนขวาหักเนื้อฉีกขาดเป็นทางยาวตั้งแต่ข้อมือไปถึงหัวไหล่ ศีรษะแตก ใบหน้ามีบาดแผลฉกรรจ์ เลือดไหลนองพื้นถนน โดยมีเด็กหญิง ทราบชื่อภายหลังคือ ด.ญ.ไก่ (นามสมมติ) อายุ 10 ปี ชั้นป.4 อยู่ในสภาพบาดเจ็บเช่นกัน ร่ำไห้กอดหญิงสูงอายุผู้บาดเจ็บและเขย่าตัวให้ฟื้น จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพพร้อมด้วยแพทย์พยาบาล พยายามปั้มหัวใจ ผายปอดช่วยชีวิตทุกวิถีทาง แต่ผู้บาดเจ็บมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและลำตัวถูกกระแทกอย่างรุนแรง ทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ในสภาพน่าเวทนา ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของหลานสาว ที่ประสบเหตุด้วยกันแต่รอดชีวิตมาได้

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตรายนี้คือนางนารี อินทะแสง อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ม.3 บ้านชัยพร ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุนางนารี เจ้าของฟาร์มเลี้ยงสุกร บ้านชัยพร ต.โนนสูง ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกูปี้สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน 1 กฌ3660 อุดรธานี ออกจากบ้านเพื่อไปหาซื้อของที่ตลาดบ้านโนนสูง ซึ่งหางจากบ้านพักประมาณ 3 กิโลเมตร โดยมีหลานสาว วัย 10 ปี นั่งซ้อนท้ายไปด้วย ขากลับได้ขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนมิตรภาพ พอถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุกไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน จอดข้างทางโดยปิดสัญญาณไฟกะพริบหรือเลี้ยวซ้ายเอาไว้ให้รถคันหลังที่วิ่งตามมาได้เห็น เนื่องจากจุดดังกล่าวแสงสว่างไม่เพียงพอ ทำให้รถจักรยานยนต์ของนางนารีพุ่งชนเข้าที่ท้ายรถบรรทุกอย่างแรง เป็นเหตุให้นางนารีเสียชีวิตและหลานสาวได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุโชเฟอร์รถคู่กรณี ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นรถอะไร เมื่อเห็นว่ามีผู้บาดเจ็บและน่าจะเสียชีวิต รีบสตาร์ทรถขับหลบหนีมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองอุดรธานี และเลี้ยวขวาไปทางเลี่ยงเมืองสกลนคร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหารถคู่กรณีและติดตามตัวคนขับรายนี้มาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝรั่งเศสชุมนุมไว้อาลัยบนถนนฆ่าหมู่ 84 ศพ เสียงโห่ไล่นายกฯ ดังสนั่น

อเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ชาวฝรั่งเศสเดินทางไปชุมนุมไว้อาลัยให้เหยื่อบนถนนสายมรณะที่เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่โดยคนร้ายขับรถบรรทุกหนัก 19 ตันพุ่งชนผู้คนที่ไปร่วมฉลองวันชาติฝรั่งเศส  เสียชีวิต 84 ราย บาดเจ็บ 300 ราย ในคืนวันที่ 14 ก.ค.

 ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า มีชาวฝรั่งเศสส่วนหนึ่งตะโกนโห่นายมานูเอล วาลส์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ด้วยอารมณ์โกรธแค้น ว่า “ฆาตกร” และ “ลาออกไป” หลังจากรัฐบาลไม่อาจคุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชนได้ จนเหตุการณ์นี้เป็นเหตุก่อการร้ายใหญ่ครั้งที่ 3 ในรอบ 18 เดือน นับจากเหตุสังหารหมู่กองบ.ก.ชาร์ลี เอบโดและเหตุต่อเนื่อง มีผู้เสียชีวิต 17 ราย ตามด้วยเหตุวินาศกรรมรอบกรุงปารีส วันที่ 13 พ.ย. 2558 มีผู้เสียชีวิต 130 ราย สำหรับผลการสอบสวนคดีซิ่งรถไล่สังหารหมู่ พบว่า นายโมฮาเหม็ด ลาฮูเวจ บูฮ์เลล ผู้ก่อเหตุ อายุ 31 ปี เชื้อสายตูนิเซียที่อาศัยอยู่ในเมืองนีซ  ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์เผยความดีใจที่ได้ปืนสั้นกระบอกที่ต่อมาใช้ยิงใส่ตำรวจ และพยายามขออาวุธปืนชนิดอื่นอีก ทั้งยังถ่ายเซลฟี่กับรถบรรทุกคันที่กำลังจะขับไปก่อเหตุด้วย

ตำรวจยังควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้แล้ว 6 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวอัลเบเนียอายุ 38 ปี ผู้จัดหาอาวุธปืนสั้นกระบอกดังกล่าวให้นายบูฮ์เลล

ที่มา>>>ข่าวสด

รถตู้โดยสารหลบสิบล้อรอยูเทิร์น พุ่งชนจยย.ลงข้างทาง นร.วัย14ปีดับคาถนน-สาหัสอีก2

 เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 14 ก.ค. พ.ต.ท.บุญสิงห์ สุทธิ สว.สอบสวน สภ.คูบางหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุมีรถตู้โดยสารชนกับรถจยย.มีเด็กนักเรียนเสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณจุดยูเทิร์นปากทางเข้าวัดสุวรรณจินดาราม ถนนปทุมธานี ลาดหลุมแก้ว ม.6 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยกู้ชีพคูบางหลวง เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง อาสาเวหาปทุมธานี จุดเกิดเหตุพบรถจยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน ฬบม 118 กทม.คว่ำอยู่กลางถนน พบผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นเด็กนักเรียน 2 ราย และเสียชีวิตกลางถนนอีก 1 ราย ทราบชื่อคนเจ็บด.ช.กิตติพัฒน์ เครือทองจันทร์ อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.3/8 มีบาดแผลที่ศีรษะปูดบวมขาซ้ายหัก และด.ช.ธนโชติ เชี่ยวสังราญ อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.3/8 มีบาดแผลที่ที่ขาฉีกขาด ศีรษะได้รับการกระแทก ถูกนำส่ง รพ.ปทุมธานี อาการสาหัสทั้งคู่ ส่วนผู้เสียชีวิตทราบชื่อด.ช.ธนาธิป ครองสัตย์ อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.3 สภาพศพศีรษะแตกขาผิดรูปเสียชีวิตที่เกิดเหตุ

ห่างจากจุดเกิดเหตุ 10 เมตร พบรถตู้รับส่งผู้โดยสารสายวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี-ลาดหญ้า ทะเบียน 15-9004 กรุงเทพฯ ข้างรถสาย ม.2 (จ)81-7 (ช) ตกลงไปข้างทาง สภาพด้านหน้ารถด้านขวาพังกระจกยุบ มีนายณัฐวุฒิ บุญปราบ อายุ 26 ปี เป็นคนขับรถตู้ ได้ให้การว่าตนขับรถรับผู้โดยสารจากกรุงเทพฯผ่านรังสิตเข้าจ.ปทุมธานี มุ่งหน้าไปจ.กาญจนบุรี มีผู้โดยสารนั่งมาด้วย 4 คน เมื่อรถวิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถบรรทุกกำลังรอกลับรถอยู่ จึงขับรถเบี่ยงซ้ายออกไหล่ทางขณะนั้นได้มีรถจยย. ซึ่งเด็กนักเรียนนั่งซ้อนท้ายกันมา 3 คน กลับรถมุ่งหน้าไปลาดหลุมแก้ว ทำให้เบรกรถไม่ทันและมองไม่เห็น จึงชนรถจยย.เด็กนักเรียนเข้าเต็มที่และรถตู้เสียหลักตกข้างทาง จนมีเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

โชเฟอร์จอดสิบล้อนอนสะดุ้งตื่น 2 นศ.ซิ่งจยย.เสยท้าย หนุ่มดับคาที่เพื่อนซ้อนท้ายสาหัส

 เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 14 มิ.ย. พ.ต.ต.กมล คิดอ่าน สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าโรงไฟฟ้าย่อยปงวัง ถ.ลำปาง-งาว ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง จึงประสานแพทย์เวร รพ.ลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพ และสมาคมกู้ภัยนครลำปาง ร่วมให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออิซูซุสีขาว หมายเลขทะเบียน 74-9613 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ไหล่ทาง บริเวณท้ายรถด้านขวา มีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีดำเขียว หมายเลขทะเบียน ขยก 845 ลำปาง สภาพรถล้มคาอยู่กับด้านหลังรถสิบล้อ โดยคนขี่ยังนั่งคร่อมอยู่กับรถจักรยานยนต์ เสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อต่อมาคือ นายณัฐชัย ซื่อวาจา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 6 ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นอกจากนั้น ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัส อีก 1 ราย ที่ซ้อนท้ายมากับรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้เร่งนำตัวส่งรักษาที่ รพ.ลำปาง ทราบชื่อคือนายพสิษฐ์ แก้วประภา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 4 ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง    นายมนัส ผินนอก อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 11 ต.ประชาสุขสันต์ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร คนขับรถบรรทุก ให้การว่า ตนเองขับรถไปรับเบียร์ช้างจาก จ.กำแพงเพชร จะไปส่งที่ จ.พะเยา เมื่อขับมาถึง จ.ลำปาง ซึ่งดึกมากแล้วเกิดง่วงนอน จึงหาที่จอดรถในจุดที่คิดว่าปลอดภัยและมีไฟสว่าง โดยมาจอดหลับหน้าโรงไฟฟ้าย่อยดังกล่าว แต่หลับได้ไม่นานก็สะดุ้งตื่น เพราะได้ยินเสียงดังมาจากท้ายรถ เมื่อลงไปดูก็พบว่ารถจักรยานยนต์ขี่มาชนท้ายรถของตน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบในที่เกิดเหตุยังพบขวดสุราที่ยังเหลืออยู่ ขวดโซดา และน้ำเปล่า ตกอยู่ใกล้กับรถจักรยานยนต์ด้วย เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาลำปาง ได้พากันไปเที่ยวสังสรรค์ในตัวเมืองกับกลุ่มเพื่อน หลังจากแยกย้ายจึงได้พากันขี่จักรยานยนต์กลับหอพักหน้ามหาวิทยาลัย กระทั่งมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด