ปิกอัพกองถ่าย ถูกตัดหน้ากะทันหัน เบรกไม่ทันพุ่งเสยท้าย รถตามหลังชนซ้ำตกร่องน้ำข้างทาง

วันที่ 18 พ.ย. พ.ต.ท.สมบัติ พรมสอาด สารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งรถกระบะชนชนกัน 3 คัน ตกร่องน้ำข้างทางมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า กทม. หลักกิโลเมตรที่ 322+800 หมู่ 8 บ้านหนองโปร่ง ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ อบต.ห้วยทรายJpegที่เกิดเหตุเป็นยูเทิร์นกลับรถ ในร่องน้ำสวนมะพร้าวข้างทางพบรถกระบะชนเสยท้ายกัน 3 คัน คันที่ 1 เป็นรถกระบะมิตซูบิชิ สตราด้า สีเทา-แดง ทะเบียน บท 6833 เพชรบุรี ซึ่งมีนายโธมัส ลาเห่ อายุ 74 ปี ชาวเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นคนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด คันที่ 2 เป็นรถกระบะนิสสันนาวาร่า สีทอง ทะเบียน ถธ 8846 กทม. มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้นนำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบฯ คันที่ 3 เป็นรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ 4 ประตูสีเขียว-เทา ทะเบียน กจ 8663 ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายวีระยุทธ ดิฐวงค์ อายุ 27 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

สอบสวนนายสุทธิชัย พูนทองอายุ 41 ปี ซึ่งโดยสารมากับรถกระบะนิสสันนาวาร่า กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมทีมงานถ่ายทำรายการทีวีรวม 4 คน ได้เดินทางกลับมาจากถ่ายทำรายการในจังหวัดกระบี่ และกำลังขับรถเดินทางกลับเข้าบริษัทในกรุงเทพฯ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นยูเทิร์น รถกระบะของนายโธมัส ได้เลี้ยวตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดทำให้เบรกไม่ทัน จึงได้ชนเสยเข้าบริเวณหน้ารถอย่างจัง และทำให้รถที่ตามหลังมาชนเสยท้ายซ้ำอีก 1 คันจนเสียหลักตกไปอยู่ในร่องข้างถนนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและรถเสียหายดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมทั้งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บ และพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่ชีกว่าครึ่งร้อยหนีตายวุ่น!! เพลิงเผาวอดสำนักปฏิบัติธรรม

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 4 พ.ย. พ.ต.ต.เรวัตร สมบูรณ์ สว.(สอบสวน) รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ สำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีอมรีรักษ์ บ้านท่าสะท้อน หมู่ที่ 3 อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี รีบตรวจสอบ พร้อม พ.ต.ท.สุทธิ นิติอัครพงศ์ รรท.ผกก.สภ.พุนพิน รถน้ำเทศบาลเมืองท่าข้าม 3 คัน นพค.46 จำนวน 1 คัน ปภ.11 จำนวน 1 คัน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี201611040904361-20161102133902ที่เกิดเหตุเป็นสำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีอมรีรักษ์ มีแม่ชีที่อยู่ปฏิบัติธรรมกว่า 60 คน ส่วนบริเวณเรือนนอนที่เกิดเหตุ เป็นเรือนนอนของแม่ชี กว่า 20 คน และเป็นอาคารเก็บวัสดุต่างๆ ปลูกติดกันกว่า 10 ห้อง และยังมีรถกระบะ ทะเบียน บษ 2076 เชียงใหม่ ถูกเพลิงไหม้เสียหายอีก 1 คัน เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ201611040904367-20161102133902201611040904368-20161102133902เบื้องต้นในที่เกิดเหตุไม่มีผู้รับบาดเจ็บ ส่วนมูลค่าความเสียหาย และสาเหตุต้องรอเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน8 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียดอีกครั้ง201611040904364-20161102133902201611040904363-20161102133902201611040904362-20161102133902

ที่มา>>>ข่าวสด

ปิกอัพขับฝ่าสายฝน เสียหลักพุ่งชนจยย.กระเด็นคนละทิศละทาง ดับคาที่ 1 สาหัส 1

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 26 ต.ค. ร.ต.ท.อิสระ แสงสว่าง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถกระบะชนรถจยย. มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณริมถนนสุขสวัสดิ์-ป้อมพระจุล หมู่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ร.พ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู201610261921426-20041020105821ที่เกิดเหตุเป็นถนนสองเลนรถวิ่งสวนทางกัน บริเวณริมถนนมุ่งหน้าออกสามแยกพระสมุทรเจดีย์ พบรถกระบะหลังคาสูง นิสันนาวาร่า สีดำ หมาเลขทะเบียน 1ฒบ 6519 กทม. จอดหน้ารถทิ้มลงไปข้างทาง สภาพพังยับเยิน ภายในคูน้ำพบ น.ส.จุฑามาศ ชัยชูนาวี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 12 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ แม่ค้าขายของอยู่ในตลาดตรอกถั่วงอก ได้รับบาดเจ็บนอนร้องครวญครางอยู่ในน้ำ เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำร่างขึ้นมาส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ส่วนบริเวณข้างรถกระบะพบรถจยย.ฮอนด้าเวฟ เอ๊กซ์ สีขาว-ดำ หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง กขง 667 สมุทรปราการ ล้มตะแคลงอยู่ข้างทางพังยับเยินทั้งคัน ใกล้กันพบนายชลิต สุขประเสริฐ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ 5 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ วินจยย.รับจ้าง นอนหงายหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต แล้วเร่งนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแต่ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนนายธวัชชัย สุขเกษม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 236/225 หมู่ 4 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ คนขับรถกระบะ ให้การโดยอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปส่งสินค้าย่านถนนพระรามที่ 2 ก่อนที่จะขับรถกลับเข้าบ้านพักภายในซอยวัดแหลม ระหว่างทางได้มีฝนตกโปรยปรายตลอดเวลา ตนจึงรีบขับเพื่อกลับเข้าบ้าน จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสะพานข้ามคลองประกอบกับรถวิ่งมาด้วยความเร็วจึงเหินสะพานก่อนที่รถจะหมุนคว้างข้ามเลนไปชนกับรถจยย.ขับสวนทางมา จนร่างคนขับและคนซ้อนท้ายกระเด็นไปคนละทิศละทาง หลังที่ตนได้สติได้จึงรีบวิ่งลงมาดูคนเจ็บทั้ง 2 คน พร้อมรีบโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ชีพและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายธวัชชัย ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชนต้นไม้ยับ!! แม่ซิ่งกระบะป้ายแดง พร้อมลูกสาว9ขวบ ร่างถูกอัดก๊อปปี้-อาการสาหัส

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 13 ต.ค. ร.ต.อ.นภดล บุษบก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะตกร่องถนนกลางทางชนต้นไม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้หญิงติดอยู่ภายในรถ 2 คน เหตุเกิดบริเวณถนนพหลโยธิน (ขาขึ้น) หลักกิโลเมตรที่ 479–480 ช่วงถนนสายกำแพงเพชร–ตาก บ้านแสงตะวัน หมู่ที่ 8 ต.เพชรชมพู อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร จึงรีบประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลกำแพงเพชร และหน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร นำกำลังรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ201610130905003-20060918103709พบรถกระบะป้ายแดง ใหม่เอี่ยม สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนป้ายแดง ณ 1822 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยินจากการชนอย่างแรงกับต้นไม้ของเกาะกลางถนนสายดังกล่าว ภายในรถยังพบร่างของคนขับ ทราบชื่อภายหลัง คือ นางพรทิพย์ จันทร์แก้ว อายุ 41 ปี อยู่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร สภาพถูกอัดติดอยู่กับเบาะคนขับรถ คาพวงมาลัย ได้รับบาดเจ็บร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ข้างเบาะคนขับพบเด็กหญิง อายุ 9 ปี บุตรสาว ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จึงได้รีบนำตัวของเด็กหญิงออกมาปฐมพยาบาล และเร่งใช้อุปกรณ์ตัดถ่าง ช่วยเหลือนำร่างของผู้เป็นแม่ออกมาจากรถยนต์คันดังกล่าวใช้เวลากว่า 20 นาที นำตัวส่งโรงพยาบาลกำแพงเพชร201610130905006-20060918103709จากการสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองแม่ลูก ทราบว่าทั้งคู่ออกเดินทางจากบ้านที่กรุงเทพมหานคร จะไปทำธุระที่จังหวัดเชียงราย โดยออกจากบ้านกลางดึก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนมีความรู้สึกหลับในไปวูบหนึ่ง ทำให้รถเสียหลัก บังคับไม่อยู่ ตกไปในร่องถนนกลางทาง ชนกับต้นไม้อย่างแรง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ส่วนลูกสาวบาดเจ็บไม่มากนัก201610130905008-20060918103709

ที่มา>>>ข่าวสด

อุทาหรณ์!! หนุ่มแจ้งความ กระบะแซงทางโค้งขึ้นเขาหวิดประสานงา แห่ประณาม(คลิป)

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์คลิป จากสมาชิกเฟซบุ๊ก Bird Thawatchai ซึ่งโพสต์ลงในเพจ จังหวัดเชียงใหม่ CM108.com โดยเป็นคลิปจากกล้องหน้ารถ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นทางขึ้นลงเขาและเป็นทางโค้ง ผู้โพสต์ได้ระบุว่า “ฝากไว้เป็นอุทธาหรณ์ครับ ผมกำลังตามหาคนขับรถกระบะสีขาวที่แซงออกมา และได้แจ้งกับตำรวจโรงพักดอยสะเก็ดไว้แล้ว ถนนเส้นเชียงใหม่-เชียงราย ขับแบบนี้อันตรายกับคนอื่นมากๆ คุณไม่ห่วงชีวิตคุณก็เรื่องของคุณ แต่อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย ภรรยากับลูกวัยขวบเศษๆอยู่ในรถด้วย ดีที่ผมตั้งสติไว้ได้ ไม่งั้นเกิดเรื่องที่น่าเศร้าแน่นอนครับ”

โดยคลิปดังกล่าวได้รับการแชร์ออกไปจำนวนมาก ซึ่งคนต่างคอมเม้นถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นการใช้รถใช้ถนนที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น เพราะเส้นทางดังกล่าวทั้งโค้งและเป็นทางขึ้นลงเขา การขับรถลักษณะดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่อย่างรุนแรงตามมาได้

ที่มา>>>ข่าวสด

ต้องขับไกลกว่าพันกิโลกระบะครอบครัวหลับในเสยต้นไม้กลางถนนดับ 3 ศพสยองกุยบุรี

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ส.ค. ร.ต.ท.อาวรณ์ เขียวไปรเวช รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามกระทาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนต้นไม้ บริเวณถนนเพชรเกษม ขาขึ้นหลัก กม.ที่ 267 บ้านป่าถล่ม ม.6 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงพร้อมด้วยสายตรวจจักรยานยนต์ สายตรวจรถยนต์ หน่วยกู้ภัยหลวงพ่อในกุฏิวัดกุยบุรี เดินทางไปให้ความช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อโยต้า วีโก้ ตอนครึ่ง สีดำ หมายเลขทะเบียน บบ 7199 สกลนคร ตกอยู่ในร่องกลางถนนชนกันต้นไม้ขนาดใหญ่ สภาพด้านหน้ารถพังยับเข้าไปถึงตัวแคป มีผู้เสียชีวิตเป็นคนขับและผู้โดยสารหญิงอายุประมาณ 30 ปี ที่นั่งมาในแคปหลัง 2 คน ส่วนคนที่นั่งซ้ายคู่คนขับมาและคนที่นั่งในกระบะได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำส่ง รพ.กุยบุรี จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายแล็ด ท้าวนาง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 ม.4 ต.บ้านเสียว อ.นาหว้า จ.นครพนม ขับรถคันดังกล่าวพาครอบครัวรวมทั้งหมด 5 คน เดินทางมาจากจังหวัดสตูล เพื่อกำลังจะกลับบ้านที่จ.สกลนคร โดยออกเดินทางเมื่อคืนที่ผ่านมา และได้จอดนอนพักที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตื่นเช้ามากินกาแฟและอาหารเช้าแล้วออกเดินทางต่อได้เพียง 30 กิโลเมตร รถก็ประสบอุบัติเหตุ ทำให้นายแล็ดและผู้หญิงสองคนที่นั่งมาในแคปเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อ ส่วนสาเหตุสันนิษฐานว่าอาจจะหลับในเนื่องจากเดินทางไปจนเกิดความอ่อนล้า

ที่มา>>>ข่าวสด

ล่าระทึก!! หนุ่มซิ่งปิกอัพหนี ตร. 4 อำเภอ ชนรถชาวบ้านพัง 7 คัน

วันที่ 11 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนภูดาษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับการประสานให้ช่วยสกัดจับกุมคนร้าย หลังขับรถแหกด่านตรวจแล้วทิ้งรถหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวด้านหลังอาคารพาณิชย์ หมู่ 1  ต.คลองประเวศ  อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมปิดล้อมพื้นที่อยู่นาน 30 นาที กระทั่งพบนายศราวุฒิ จันทรศร อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 52 หมู่ 11 ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หลบอยู่ในคูน้ำด้านหลังอาคาร ในสภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีขาว จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายศราวุฒิ ได้รับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒก 8237 กรุงเทพมหานคร หลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา แล้วมุ่งหน้าไปทาง อ.บางคล้า เจ้าหน้าที่ก็ได้ไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด กระทั่งนายศราวุฒิ วนรถกลับมาทาง อ.เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งระหว่างทางหลบหนีก็ได้ชนรถของชาวบ้านพังเสียหายไปถึง 5 คัน จากนั้นขับหนีมาทางถนนสิริโสธร มุ่งหน้าเข้า อ.บางปะกง แต่พอตำรวจไล่ล่ากระชั้นชิดก็เลี้ยวฝ่าไฟแดงเข้าแยกประเวศ แล้วไปชนรถของชาวบ้านในบริเวณตลาดที่จอดอยู่อีก 2 คัน พอเห็นจวนตัวว่าขับต่อไปไม่ได้ นายศราวุฒิ จึงทิ้งรถวิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังของอาคารพาณิชย์ กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าวจากการสอบสวนนายศราวุฒิ ให้การโดยอ้างว่าที่หลบหนีก็เพราะเพิ่งจะเสพยาบ้ามา พอเห็นตำรวจเรียกเลยเกิดความกลัว จึงตัดสินใจขับรถหลบหนีโดยไม่คิดว่าตำรวจจะขับรถไล่ล่าอย่างไม่ลดละ กระทั่งเห็นว่าหนีไม่พ้นจึงต้องทิ้งรถหลบหนี เบื้องต้นจากการตวรจค้นรถก็ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียด ในขณะเดียวกันผู้เสียหายที่ถูกนายศราวุฒิ ขับรถชนก็ได้ทยอยเดินทางกันมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา อย่างต่อเนื่อง

ที่มา>>>ข่าวสด

จับยกแก๊งลักลอบขนซากหมู่ป่า ซุกเต็มรถบัสกว่า 4 ตัน เตรียมส่งลูกค้าที่นครปฐม

 เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.อิทธิเดช สุนทร พ.ต.ท.สุรชัย ยติรัตนกัญญา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.กันต์พงษ์ โฆษิตสุริยมณี พ.ต.ต.สัมพันธ์ แย้มพวง สว.กก.สส. พร้อมด้วยชุดสืบสวน นปพ. เจ้าหน้าที่ทหารกองเรือนจำ มทบ.11 และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม ร่วมกันจับกุมตัวผู้ ต้องหาที่ร่วมกันลักลอบขนย้ายซากสัตว์หมูป่าที่ชำแหละแล้วโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ผู้ต้องหาจำนวน 8 คน ประกอบด้วย 1.นายวินัย จักรราช อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/1 หมู่ 7 ต.นายโยง อ.นาโยง จ.ตรัง 2.นายไมตรี สงขาว อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/1 ถนนพัทลุง ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง 3.นายสมปอง ดวงศรี อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 13 ต. หนองบัว อ.ศีขรภูมิจ จ.สุรินทร์ 4.นายแผน แก้วสำอาง อายุ 51 ปีบ้านเลขที่ 90/5 หมู่ 4 ต.มาบแค อ.เมืองนครปฐม 5.นายพีรเชษฐ์ โรจศรีสุวรรณอายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/ 201 หมู่ 13 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม 6.นายตาโต อายุ 27 ปี ชาวพม่า 7.นายวิน อายุ 28 ปี ชาวพม่า และ 8.นายทอง อายุ 28 ปี ชาวพม่า พร้อมด้วยของกลางซากสัตว์หมูป่าที่ชำแหละแล้วบรรจุอยู่ในกล่องโฟม 149 กล่อง น้ำหนักชั่งรวมกล่องโฟม 4,470 กิโลกรัม ซากสัตว์หมูป่าที่ชำแหละแล้วบรรจุกล่องโฟม 18 กล่องน้ำหนักรวม 540 กิโลกรัม รถบัสยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน 30-4038 พังงา จำนวน 1 คัน สภาพรถถูกดัดแปลงเบาะถูกรื้อออกไว้ใช้สำหรับบรรทุกสิ่งของ รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาวดำ หมายเลขทะเบียน บร 5141 สุรินทร์ รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ผก 9833 นครปฐม รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน บห 6894 นครปฐม โดยจับกุมได้ที่หน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 3  ต.ดอนยายหอม อ.เมืองนครปฐม พ.ต.อ.พัฒนา เปิดเผยว่า ชุดจับกุมได้รับแจ้งว่าจะมีรถบัส สีน้ำเงิน ยี่ห้อเบนซ์ หมายเลขทะเบียน 30-4038 พังงา ลักลอบขนซากสัตว์หมูป่า มาส่งลูกค้าที่หน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่หมู่ 3 ต.ดอนยายหอม อ.เมืองนครปฐม จึงไปตรวจสอบพบรถบัสสีน้ำเงิน จอดอยู่บริเวณหน้าห้องเช่าตามที่ได้รับแจ้ง นอกจากนี้ ยังมีรถกระบะ โตโยต้า สีขาวดำ หมายเลขทะเบียน บร 5141 สุรินทร์ รถกระบะโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ผก 9833 นครปฐม รถกระบะอีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน บห 6894 นครปฐม รวม 3 คันจอดอยู่ พบเห็นว่ามีแรงงานต่างด้าวกำลังขนย้ายกล่องโฟมจากรถบัสย้ายไปยังรถกระบะ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบว่ามีซากสัตว์หมูป่าที่ชำแหละแล้วบรรจุในกล่องโฟมจำนวน 149 กล่องๆ ละ 30 กิโลกรัม รวม 4,470  กิโลกรัม วางเรียงรายซ้อนกันอยู่บนรถบัสโดย รถบัสถูกดัดแปลงนำเบาะนั่งออกไว้สำหรับวางกล่องโฟม โดยมีนายไมตรี สงขาว รับเป็นเจ้าของซากหมูป่า   นอกจากนี้ ยังพบซากสัตว์หมูป่าที่ชำแหละแล้วบรรจุกล่องโฟม 18 กล่องน้ำหนักรวม 540 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกล่องโฟมวางอยู่กระบะท้ายรถยนต์โตโยต้าสีขาวดำ โดยมีนายสมปอง ดวงราศีเป็นผู้ครอบครอง และพบรถกระบะของนายแผน แก้วสำอางและนายพีรเชษฐ์ โรจศรีสุวรรณ เป็นผู้ครอบครองคันดังกล่าว

โดยนายไมตรี ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนได้ว่าจ้างนายวินัย จักรราช ขับรถบัสบรรทุกหมูป่ามาจากจังหวัดตรัง เพื่อมาส่งให้กับลูกค้าในจังหวัดนครปฐม เมื่อมาถึงได้โทรศัพท์นัดให้นายสมปอง  นายแผนและนายพีรเชษฐ์  เป็นลูกค้ามารอรับซื้อซากหมูป่า โดยว่าจ้างแรงงานต่างด้าวจำนวน 3 คน ที่พักอาศัยอยู่ที่จุดเกิดเหตุหมู่ 3 ต.ดอนยายหอม อ.เมืองนครปฐม เป็นผู้ขนย้ายซากสัตว์หมูป่าชำแหละ ลงใส่รถยนต์ของลูกค้า

จากการตรวจสอบพบว่า นายไมตรีไม่มีใบอนุญาตนำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในราชอาณาจักรแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งข้อกล่าวหาเคลื่อนย้ายซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ต้นทาง และทำการค้าและหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” มีความผิดตามมาตรา 24, 34 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ที่มา>>>ข่าวสด

ปิกอัพซิ่งกลับจากเที่ยว พุ่งชนท้ายกระบะอีกคัน-เสียหลักหมุนไปฟาด10ล้อบาดเจ็บ6

 เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทางด่วนกาญจนาภิเษก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันหลายคัน บนด่วนกาญจนาภิเษก เลยด่านเก็บเงินทางลงถนนเทพารักษ์ไปประมาณ 200 เมตร มุ่งหน้าบางนาตราด ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ มีผู้บาดเจ็บหลายราย หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลบางพลี และอุปกรณ์ตัดถ่างเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบนด่วนกาญจนาพิเศษ ทิศทางมุ่งหน้าไปบางนา-ตราด เลยด่านเก็บเงินทางลงถนนเทพารักษ์ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ฒต 6337 กทม. ถูกชนเข้าที่ด้านท้ายจนรถหมุนเสียหลักหมุนด้านหน้าไปกระแทกกับขอบสะพาน จนรถหมุนกลับทางในสภาพด้านหน้าข้างขวาพังยับเยินด้านท้ายยุบ ห่างออกไปอีกประมาณ 200 เมตร พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม๊ก สีบรอนซ์ ทะเบียน ตน 3661 กรุงเทพมหานคร ด้านหน้าพุ่งชนมุดเข้าไปใต้ในท้ายรถบรรทุกสิบล้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 70-5747 นนทบุรี  ที่จอดนอนอยู่ข้างทางบนทางด่วนดังกล่าว ในสภาพด้านหน้าพังยับเยินภายในรถกระบะอีซูซุ ได้พบผู้บาดเจ็บทั้งชายและหญิงรวม 6 ราย เป็นชาย 2 หญิง 4 โดยเฉพาะชายหนุ่ม ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บสาหัสและที่ขาทั้งสองข้างถูกโครงเหล็กซากรถอัดติดอยู่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องอุปกรณ์ถ่างเหล็กโครงซากรถใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงสามารถนำร่างผู้บาดเจ็บออกมาได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ขับขี่กระบะวีโก้ก็ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ช่วยรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี

จากการสอบสวนทราบว่า รถกระบะ ดีแม๊ก ได้ชักชวนกันไปเที่ยวย่านศรีนครินทร์และกำลังจะกลับบ้าน ในระหว่างที่ขับรถมาด้วยความเร็วประกอบในช่วงนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ทัศนียภาพในการมองเห็นได้ๆ ไม่ไกล จึงทำให้มองไม่เห็นรถกระบะ วีโก้ สีดำที่ขับมาอย่างช้าๆ อยู่ทางช่องทางด้านซ้าย ก่อนที่รถกระบะอีซูซุ ดีแม็ก ที่ขับมาด้วยความเร็วจะเกิดเสียหลักชนเข้ากับท้ายรถกระบะ วีโก้ จนหมุนไปรอบ ก่อนที่จะเสียหลักเข้าแผนปูนข้างทาง ส่วนกระบะ ดีแม๊ก ได้เสียหลักพุ่งเข้าไปชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อที่จอดนอนอยู่ชิดขอบทางจนด้านหน้ามุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด