ที่แท้เป็นสิบตำรวจปล้นรถขนเงิน 5 ล้าน ที่สุพรรณบุรี เร่งล่าผู้ร่วมขบวนการ

กรณีคนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนปล้นรถขนเงินของธนาคารกรุงไทย เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. วัดไผ่โรงวัว-บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้เงินสดไปกว่า 5 ล้านบาท ตำรวจเร่งระดมทีมไล่ล่าคนร้ายตลอดทั้งคืน โดยพบรถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อค และรองเท้า ของคนร้าย ในบริเวณป่าละเมาะถูกจอดทิ้งไว้ในบ้านร้าง ในพื้นที่บ้านไผ่บ่อยา หมู่ที่ 2 ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ด้านพล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 ออกคำสั่งเด้งผกก.สภ.สองพี่น้อง เข้ากรุภาค 7 ไปเมื่อวาน พร้อมตั้งชุดทำงาน เร่งระดมกำลังกดดันคนร้าย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น201611251104342-20160615150820ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 25 พ.ย. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมมายน รรท.ผบก.ภจว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช รองผบก พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ เฉลียวศิลป์ รองผบก. พ.ต.อ.อนุชิต สุรพินิจ ผกก.สืบสวน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จาก กองปราบปราบกอง 5 ชุดสืบสวนภาค 7 ชุดสืบสวนภจว.สุพรรณบุรี และชุดสืบสวนสภ.สองพี่น้อง และสุนัขตำรวจ 2 ตัว เร่งปูพรมเข้าตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัย ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถจักรยานยนต์ จอดอยู่ในบ้านร้าง ป่าละเมาะ ที่บริเวณบ้านไผ่บ่อยา ม.2 ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และยังพบหมวกกันน็อค กางเกง รองเท้า ถูกทิ้งไว้ในอ่างน้ำของห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ และเร่งติดตาม จากนั้นตำรวจลงพื้นที่ไปอีกกว่า 10 จุด หนึ่งในนั้นคือบ้านแฟนของคนร้าย ซึ่งไม่พบตัวคนร้าย คาดหลบหนีไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืน แต่ตำรวจมั่นใจยังกบดานอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง201611251104344-20160615150820ต่อมาเวลา 10.00 น. ได้รับรายงานความคืบหน้าว่า พบเบาะแสของคนร้ายแล้ว ขณะนี้ตำรวจรวบตัวไว้ได้แล้ว 1 ราย คาดจะนำตัวมาที่สภ.สองพี่น้อง ภายในวันนี้ โดยหนึ่งในคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุนั้นเป็นตำรวจ ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพชรปานกัน อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านบึง จังหวัดชลบุรี และเคยได้รับรางวัลด้านการสืบสวนอีกด้วย ซึ่งเป็นไปตามการสันนิษฐาน เนื่องจากคนร้ายมีทักษะการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี และมีการสวมเสื้อเกราะ พร้อมวางแผนอย่างแยบยล ในการลงมือก่อเหตุ
201611251104343-20160615150820ส่วนผู้ร่วมขบวนการอีกรายซึ่งเป็นพี่ชายของส.ต.วิฑูรย์ยังหลบหนีอยู่ ตำรวจกำลังเร่งระดมไล่ล่า โดยไม่ได้ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี ล่าสุดมีคนในปั๊มน้ำมันรู้เห็นเป็นใจด้วย อีกราย เป็นพ่อค้าขายข้าวโพดป๊อปคอร์น ซึ่งคาดว่าในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามรวบตัวจับกุมให้ได้ทั้งหมด201611251104349-20160615150820201611251104341-20160615150820

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่เล่านาทีระทึก!หมีควายโผล่จากป่าเขาใหญ่ ตะปบหน้าลูกชายเลือดสาดอาการปางตาย

 เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กจากชาวบ้านเนินยาว หมู่ 5 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ที่ใช้ชื่อว่า “BENZAMA” เตือนผ่านหน้าเฟซบุ๊กให้ระวังภัยหมีควายจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ออกหากินนอกพื้นที่ป่า ทำร้ายนายคำพันธ์ คำวิชัย อายุ 44 ปี ชาวบ้าน บ้านเนินยาว เลขที่ 21 หมู่ 5 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ญาตินำส่ง ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.ประจันตคาม และนำส่งรักษาต่อ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เนื่องจากอาการสาหัส สถานที่เกิดเหตุริมคลองส่งน้ำชลประทานกลางทุ่งนา บ้านเนินยาว หมู่ 5 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากสี่แยกศิวบูลย์ถนนสายสุวรรณศร สาย 33 แยกไปทางถนนสายเนินเป้า-บ้านท่าโพธิ เส้นเข้าน้ำตกตะคร้อประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านห่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10 (ขญ.10) มรดกโลก ประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ สภาพจุดเกิดเหตุเป็นคลองส่งน้ำชลประทานต้นน้ำประจันตคามกว้างกว่า 3 เมตร ลึก 1 เมตรผ่านทุ่งนา สลับด้วยป่ายูคาลิปตัส และป่าละเมาะตามธรรมชาติ พบกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ นำโดยนายปรีชา พู่ระหง ผอ.ส่วนสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) สนธิกำลังร่วมกับ ทหารหน่วย “บูรพาพยัคฆ์” หรือ กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ พัน 2 (กรม.ร.2 รอ.พัน 2) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ประจันตคาม นำโดยนายสิทธิชัย เอกแสงสี ปลัดอาวุโส อ.ประจันตคาม นายประดิษฐ์ คำวิชัย กำนัน ต.บุฝ้าย – ผู้ใหญ่บ้าน นายตระกูล   อาจอรัญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10 (ขญ.10) พร้อมกำลัง ชุดเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก รวมจำนวนกว่า 100 คน กำลังเร่งค้นหาหมีควาย ตัวที่ทำร้ายชาวบ้านดังกล่าวตามป่าที่สงสัยเป็นแหล่งซ่อนตัว นายตระกูล กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากนายประดิษฐ์ คำวิชัย กำนัน ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มีหมีควายไม่ทราบเพศ ขนาดความสูงเกือบ 1 เมตร น้ำหนักตัวระหว่าง 70-80 กิโลกรัมพบที่คลองส่งน้ำชลประทาน ที่บ้านเนินยาว หมู่ 5 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ใช้กรงเล็บตะปบนายคำพันธ์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยตะบปที่ใบหน้าเป็นแผลที่ตาขวา และจมูกเป็นแผลฉกรรจ์ เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 11.30 น. เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่นายคำพันธุ์กำลังล้างทำความสะอาดต้นโสน เพื่อส่งขายใช้เป็นวัสดุในการทำงานประดิษฐ์-ช่างฝีมือ ที่คลองชลประทานกลางทุ่งนา นายตระกูล กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10 (ขญ.10) ได้รับแจ้งชาวบ้านมาก่อนหน้าเมื่อวันที่ 3 ก.ย. นี้มีชาวบ้านพบรอยเท้าหมีออกมาหากินในพื้นที่บ้านเนินเป้า หมู่ 7 บ้านเขาน้อย หมู่ 9 และบ้านท่าเรือ หมู่ 10 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ. ปราจีนบุรี ได้ร่วมกับหน่วยทหารออกตรวจสอบ แต่ไม่พบตัวพบเพียงรอยเท้า และล่าสุดมาทราบว่าหมีควายได้ทำร้ายชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว “เบื้องต้นนี้ ทางป่าไม้ร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก แบ่งกำลังออกเป็น 3 สาย ในจุดที่พบร่องรอยหมีควายดังกล่าวคือ ได้กระจายกำลังออกติดตามหาตัวหมีให้พบ เพื่อยิงยาสลบ แล้วนำส่งศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก ในการพักฟื้นก่อนนำกลับคืนป่าธรรมชาติต่อไป แต่จากการกระจายกำลังออกติดตามตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ยังไม่พบแต่อย่างใด เบื้องต้นยุติการค้นหา และแจ้งไปยังผู้นำชุมชน หากพบร่องรอยหมีความตัวดังกล่าว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือสัตว์ป่าฯและป่าไม้ในทันที เพื่อนำตัวกลับมาพักฟื้นก่อนนำส่งคืนผืนป่าต่อไป” นายตระกูล กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้เดินทางไปที่ตึกศัลยกรรมชาย เพื่อสอบถามข้อมูลจาก นางสำเนียง แซ่เตียว อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นมารดาของนายคำพันธ์ โดยนางสำเนียง กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนเองพร้อมลูกชายที่ได้รับบาดเจ็บถูกหมีตะปบ นายคำพันธุ์ออกไปตัดต้นโสนที่ทุ่งนา ที่ปลูกไว้เป็นอาชีพเสริมหลังจากทำนา โดยช่วยกัน 3 คน มีนายน้อย แซ่เตียว อายุ74 ปี สามี นายคำพัน คำวิชัย อายุ 44 ปี ลูกชายคนที่ 2 ผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยพ่อแม่ทำงาน เนื่องจากยังไม่มีครอบครัว

“ช่วงก่อนเกิดเหตุ ที่หมีควายจะตะบปทำร้ายลูกชายนั้น ได้เรียกลูกชายมากินข้าวกลางวัน โดยนายคำพันบอกว่ายังไม่กิน เดี๋ยวก่อน แล้วก็ลงน้ำในคลองชลประทานที่ไหลผ่าน ตัดต้นโสน ล้างทำความสะอาดได้ 3 ต้น ตนเองมองเห็นหมีควายสีดำ อยู่ข้างหลังลูกชาย หมีมันตรงมาทำร้ายลูกชายจากด้านหลังใช้อุ้งมือตะบปใบหน้า โดนดวงตาทั้งสองข้าง ใบหน้าแก้มทั้งสองข้าง แขนทั้งสองข้างโดยเฉพาะมือขวาหัก ในช่วงนั้นด้วยความเป็นห่วงลูกชายมองเห็นไม้ยาวประมาณหนึ่งวา จึงคว้าและตีไปข้างหลังหมี ที่กำลังทำร้ายลูกซึ่งหมีเมื่อถูกไม้ตีหลังตี มันหันมามองตนเองต่างจ้องมองสู้ตากันกับมัน จากนั้นหมีลากลูกชายลงไปที่น้ำลึก กดน้ำแล้วเหยียบหัวซ้ำให้จม ตนใช้ไม้ที่มือตี ไปที่ดั้งจมูกหมี จนมันวิ่งหนีเข้าป่าหายไป พร้อมกับช่วยลูกชายขึ้นมาจากน้ำรอดตายหวุดหวิด หลังจากนำส่งรักษา ที่รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ล่าสุดขณะอาการปลอดภัยแล้ว แต่ตาจะต้องผ่าตัดจากจักษุแพทย์ต่อไป พร้อมกับมีเพื่อนมาให้กำลังเกือบ 20 คน ต่างบอกว่าอยากให้จับหมีให้ได้ เพราะชาวหวาดกลัว เพราะต้องทำมาหากินต่อ” นางสำเนียง กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด