12 เรื่องเกี่ยวกับการ “ผายลม” ที่คุณอาจไม่เคยรู้

Farting Man On A Chair Black Symbol Vector Illustration

เคยได้ยินว่า “กินถั่วแล้วจะผายลม” กันบ้างไหมคะ ความจริงจะเป็นอย่างที่เราเข้าใจหรือเปล่า ทำไมคนเราถึงต้องผายลม แล้วทำไมตดต้องเหม็น หากกลั้นตดแล้วร่างกายจะเป็นอันตรายอะไรหรือไม่ มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ

12 เรื่องเกี่ยวกับการ “ผายลม” ที่คุณอาจไม่เคยรู้

1. กลิ่นไม่พึงประสงค์จากการผายลมมาจาก 1% ของจำนวนแก๊สที่เราปล่อยออกมา อาจประกอบไปด้วยโมเลกุลหลายชิดที่มีกรดกำมะถันเป็นองค์ประกอบ เช่น ไดเมทิลซัลเฟต และเมทาเนทิโอล ที่เหลืออีก 99% เป็นเพียงแก๊สที่ถูกขับออกมาจากท้อง และไม่มีกลิ่นด้วย

2. ในแต่ละวันคุณอาจมีแก๊สในกระเพาะมากถึง ½ ลิตรเลยทีเดียว ใครที่ชอบดื่มโซดา น้ำอัดลม ระวังไว้เลย

3. เราอาจผายลมบ่อยครั้ง มากถึง 14 ครั้งต่อวันเลยทีเดียว

4. อาหารที่เพิ่มแก๊สในกระเพาะอาหารมีมากมาย แถมยังเป็นประโยชน์ต่อร่างกายด้วย ได้แก่ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำดาว ถั่ว บล็อกโคลี่ และรำข้าว รวมไปถึงฟลุคโตส หรือน้ำตาลที่มาจากผลไม้ ผลิตภัณฑ์จากนมอีกด้วย5. นอกจากอาหารที่ทำให้มีแก๊สมากขึ้นแล้ว ยังมีอาหารทำให้ผายลมมีกลิ่นรุนแรงอีกด้วย นั่นคือ ไข่ และเนื้อสัตว์นั่นเอง ใครเพิ่มจัดบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างมาล่ะก็ หนีให้ไกลเลยนะ

6. ความเร็วของลมที่ผายออกมาจากร่างกายของเรา มีแรงดันสูงมากนะ ทำให้แรงลมเร็วปรี๊ดจนถึง 10 ฟุตต่อวินาที หรือราวๆ 11 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ไม่ใช่เล่นๆ

7. แล้วอย่าคิดว่าผู้หญิงผายลมน้อยกว่าผู้ชายนะ ร่างกายของผู้หญิงก็ผลิตแก๊สออกมาได้มากเท่าๆ กับผู้ชายนั่นแหละ แต่เรามีวิธีแอบซ่อนไม่ให้ผู้ชายรับรู้ได้เก่งกว่า จริงป่ะ?

8. อย่าลองทำเองที่บ้าน เพราะจริงๆ แล้ว ลมตดติดไฟได้นะเออ เคยเห็นคลิปฝรั่งเอาไฟแช็คไปจ่อใกล้ๆ ก้นไหม ไฟพุ่งใส่หน้าเลยนะจะบอกให้9. ถ้าไม่อยากผายลมบ่อยๆ มีวิธีช่วยง่ายๆ คือ ทานข้าวให้ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นก่อนกลืน จะช่วยให้กระเพาะอาหารย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น และการออกกำลังกายก็ช่วยลดแก๊สในกระเพาะอาหารได้เช่นกัน

10. เคยสงสัยไหมว่าทำไม้สียงผายลมของแต่ละคนถึงไม่เหมือนกัน เพราะเสียงของผายลมมีอยู่หลายปัจจัยที่ทำให้แตกต่าง ตั้งแต่ปริมาณของแก๊ส ความกระชับของกล้ามเนื้อก้น และแรงดันจากภายในของร่างกายแต่ละคนที่จะขับแก๊สออกมา

11. รวมไปถึงกลิ่นที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอาหารที่ทาน เชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ในร่างกาย และอื่นๆ

12. เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องกลั้นผายลมไหมคะ อาจจะอยู่ในห้องประชุม อยู่ในลิฟท์ อยู่ต่อหน้าแฟน ในโรงหนัง และอื่นๆ การกลั้นผายลมไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงอะไรในร่างกายของเราหรอกค่ะ เพียงแต่มันก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อเรานัก เพราะอาจเกิดตะคริว หรือแรงดันในช่องท้อง จนอาจเกิดเป็นแก๊สสะสมในช่องท้อง จนอาจปวดท้องโดยไม่จำเป็นได้

เห็นอย่างนี้แล้วก็ทราบกันดีใช่ไหมคะว่าเรื่องผายลมเป็นเรื่องธรรมชาติ หากจะเห็นคนข้างตัวผายลมไปบ้างก็อย่าไปว่าอะไรเขาเลยค่ะ ให้เขาปล่อยลมออกมาจะดีกว่า แต่หากตดของคุณมีกลิ่นเหม็นรุนแรงเหมือนอาวุธชีวภาพดีๆ สักลูกนั้น ควรหาพื้นที่ที่ห่างไกลผู้คนแล้วจัดการทำธุระให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้าสู่สังคมปกติจะดีกว่า เพื่อสุขภาพจมูกของเพื่อนๆ นะคะ

ที่มา>>>Sanook

ปากีฯช็อก! สาวเซเลบเฟซบุ๊กถูกพี่ชายฆ่า -อ้างรักษาเกียรติ

เอเอฟพีรายงานวันที่ 16 ก.ค. ว่า เกิดคดีสังหารด้วยข้ออ้างรักษาหน้าตาของตระกูลอีกครั้งในปากีสถาน เหยื่อรายล่าสุดเป็นดาวดังในโลกโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก ชื่อ กานดีล บาลอช ผู้ได้รับคำชื่นชมจากกลุ่มคนรุ่นใหม่และฝ่ายเสรีนิยมว่ากล้าที่จะแสดงออกและวิจารณ์ฝ่ายอนุรักษนิยม ถูกพี่ชายตนเองรัดคอจนตาย อ้างว่าทำให้ครอบครัวเสื่อมเสียชื่อเสียง เหตุดังกล่าวเป็นคดีช็อกชาวปากีสถานไปทั่ว ผู้คนต่างส่งสารแสดงความเสียใจกับเหยื่อ พร้อมเรียกร้องให้รัฐมีมาตรการออกมาจัดการกับการสังหารเช่นนี้ได้แล้ว หลังจากเกิดคดีสะเทือนขวัญมาอย่างต่อเนื่อง แต่กฎหมายกลับทำอะไรไม่ได้ เพราะบทบัญญัติเปิดช่องให้ผู้ลงมือรอดพ้นคดีได้ หากญาติเหยื่อไม่เอาความ ส่วนฝ่ายสายเคร่งเขียนข้อความซ้ำเติมว่า หญิงสาวสมควรลงเอยเช่นนี้ เพราะไม่รู้จักอาย นายตำรวจสุลต่าน อาซัม ในเมืองมุลทาน ให้สัมภาษณ์เอเอฟพีว่า คดีนี้ส่อเค้าเป็นเรื่องสังหารเพื่อรักษาเกียรติ ในช่วงที่หญิงสาวเดินทางไปพร้อมกับสมาชิกในครอบครัว จากนครการาจี ไปยังหมู่บ้านมุซซาฟาราบัด ในจังหวัดปัญจาบ เพื่อฉลองในช่วงวันหยุด ซึ่งพี่ชายหญิงสาวอยู่ที่บ้านด้วย กระทั่งหญิงสาวถูกสังหารในวันศุกร์ที่ 15 ก.ค. ทางครอบครัวแจ้งว่าพี่ชายผู้ตายหนีไปแล้ว

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า เหตุเกิดขึ้นหลังจากหญิงสาวเพิ่งโพสต์รูปเซลฟี่กับนักเทศน์ชื่อดัง มุสติ กาวี พร้อมข้อความว่าดื่มน้ำอัดลมและสูบบุหรี่ด้วยกันในช่วงรอมฎอน จนถูกตำหนิจากกลุ่มสายเคร่งอย่างกว้างขวาง  บาลอชมีชื่อเสียงในปากีสถานตั้งแต่ปี 2557 หลังจากโพสต์คลิปวิดีโอที่ตนเองยืนพูดกับกล้องและถามว่า “ฉันหน้าตาเป็นอย่างไรงั้นรึ” จากนั้นก็มีภาพถ่ายและการตั้งคำถามท้าทายเรื่องต้องห้ามในสังคม ทำให้หญิงสาวได้รับเสียงชื่นชมจากกลุ่มเสรีนิยม

ที่มา>>>ข่าวสด

กินยากับเครื่องดื่มอื่น ที่ไม่ใช่น้ำเปล่า ได้ไหม?

กินยากับเครื่องดื่มอื่น ที่ไม่ใช่น้ำเปล่า ได้ไหม?

วันก่อนเห็นคนข้างตัวแอบหยิบยาพาราเซตามอลใส่ปาก แล้วกระดกชาเขียวเย็นตาม เรานี่แทบจะตีมือไม่ทัน ใครเขากินยากับชา แต่คนกินไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรทั้งสิ้น ทำหน้าตาเฉยเหมือนเป็นเรื่องปกติ จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องปกตินะคะ ยาเขาให้ทานกับน้ำเปล่าถึงจะถูก แล้วถ้าทานกับเครื่องดื่มอื่นๆ จะมีผลอย่างไรกับร่างกาย ตาม Sanook! Health มาหาคำตอบกันค่ะ

1376892798-5089901812-o

1. ชา กาแฟ

ขอยกตัวอย่าง 2 เครื่องดื่มนี้ขึ้นมาก่อน เพราะหลายคนมองว่าทานได้ ไม่เป็นไรหรอก แต่จริงๆ แล้ว หากเราทานยากับชา หรือกาแฟ จะยิ่งเป็นการเพิ่มปริมาณคาเฟอีนให้กับร่างกาย ซึ่งโดยปกติแล้วในยาแก้หวัดต่างๆ ที่มีส่วนผสมของ pseudoephedrine จะมีฤทธิ์กระตุ้นประสาทอยู่แล้ว ดังนั้นหากรับคาเฟอีนเพิ่มเข้าไปอีก อาจทำให้เกิดอาการกระวนกระวาย ใจสั่น หรือนอนไม่หลับได้

thaihealth_c_bclvwx123458

2. นม

เห็นเป็นเครื่องดื่มดี มีประโยชน์แบบนี้ แท้ที่จริงแล้วเอามาทานกับยาไม่ได้นะคะ เพราะนมมีสารอาหารที่สำคัญ คือ แคลเซียม ซึ่งจะเข้าไปยับยั้งการดูดซึมของยาปฏิชีวนะที่ทานเข้าไปนั่นเอง หรือเรียกสั้นๆ ว่า อาจจะทำให้ยาที่เราทานเข้าไปได้ผลน้อยลงนั่นแหละ
health

3. น้ำผลไม้ (ที่มีรสเปรี้ยว)

น้ำผลไม้ส่วนใหญ่มักมีรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว ระหว่างทานอาหารอยู่อาจจะคว้ามาดื่มแทนน้ำเปล่า แล้วกรอกยาตามลงไป แต่กลายเป็นว่าน้ำผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด อาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงการทำละลายของตัวยา ต่อต้านการดูดซึมของตัวยา ทำให้ยามีประสิทธิภาพน้อยลง และทำให้ปริมาณยาในร่างกายเปลี่ยนแปลงได้

13979621374216

4. น้ำอัดลม โซดา

ใครหนอ ที่อุตริทานยากับน้ำอัดลม เห็นๆ อยู่ว่าน้ำอัดลมเต็มไปด้วยแก๊ส นอกจากน้ำอัดลมจะเข้าไปกัดกระเพาะแล้ว ยังไปขัดขวางการทำงานของตัวยา ทำให้ยาดูดซึมได้น้อยลงอีกด้วย

5. แอลกอฮอล์

ข้อนี้แย่ที่สุด แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท หากทานยาที่มีกดประสาท เช่น ยาแก้แพ้(ที่ทำให้ง่วงนอน) ยาคลายความกังวล ยาต้านอาการซึมเศร้า อาจไม่ใช่แค่ง่วงซึมหนัก แต่อาจถึงขั้นขาดสมาธิ และเป็นลมหมดสติได้ นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังมีผลกับพาราเซตามอล โดยอาจทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลันได้อีกด้วย

ที่มา>>>Sanook