แม่เฒ่าไม่กลับบ้าน!! ญาติตามหาวุ่น สุดสลดเจอเป็นศพกลางนาข้าว

วันที่ 11 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ วงษ์ภูผานนท์ พนักงานสอบสวน สภ.รำมะสัก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตกลางทุ่งนา เหตุเกิดบริเวณ กลางทุ่งนา พื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.ยางช้าย อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณกลางนาข้าว พบศพนางแถม วงษ์ดวง อายุ 67 ปี อยู่หมู่ 2 ต.ยางช้าย อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง นอนเสียชีวิตอยู่ในนาข้าวที่มีน้ำท่วมขัง ข้างตัวพบเคียวเกี่ยวข้าวตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นทางญาตินางแถม จึงทำการห่อศพแล้วนำไปทำการชันสูตรที่โรงพยาบาลโพธิ์ทอง201610111056191-20110111132303จากการสอบถามนายประเสริฐ โพธิ์พันธุ์กระจ่าง อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.รำมะสัก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กล่าวว่า ระหว่างที่ออกตรวจตามหมู่บ้าน ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตที่กลางทุ่งนาดังกล่าวจึงออกไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงก็พบศพนางแถม นอนจมนาข้าวอยู่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ร.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ เผยว่า จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิตทราบว่า ก่อนเกิดเหตุที่จะพบศพนั้น ช่วงกลางวันผู้ตายได้ออกจากบ้านมาเพื่อจะมาเก็บข้าวดีด(ข้าววัชพืชในแปลงนา)จนเย็นและมืดแล้ว ผู้ตายก็ยังไม่กลับบ้าน จึงช่วยกันออกตามหา ก็มาพบว่าเสียชีวิตกลางนา คาดว่าระหว่างที่ออกมาเกี่ยวข้าวดีดเกิดเป็นลมจนเสียชีวิต201610111056192-20110111132303

ที่มา>>>ข่าวสด

ผงะ!! เทศบาลตัดกิ่งไม้ เจอศพนร.หญิงม.6-รร.ดัง หลังหายจากหอพัก-ญาติหาวุ่น

วันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรดอกคำใต้ พร้อมแพทย์โรงพยาบาลดอกคำใต้ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างอารมณ์ จ.พะเยา ช่วยกันนำร่างของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนดัง อายุ 17 ปี ออกจากกลางทุ่งนาที่มีน้ำท่วมสูง เนื่องจากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ หลังมีคนไปพบศพบริเวณดังกล่าว พร้อมกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ที่จมน้ำในสภาพเสียหาย14370332_10207535850538122_4125608364583269765_nจากการการสอบถามญาติ ระบุว่า ผู้เสียชีวิต หายออกจากหอพัก บริเวณหลังสถานีขนส่งพะเยา ตั้งแต่เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยก่อนหายไป ได้เล่นเฟซบุ๊กกับเพื่อน ก่อนบอกว่าจะเดินทางกลับบ้าน หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อไป ญาติออกตามหาทั่ว ทั้งลงประกาศในเฟซบุ๊ก รวมทั้งแจ้งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจออกติดตามแต่ก็ไม่พบ

จนกระทั่งในช่วงเย็นวาน (14 ก.ย.) มีชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่เทศบาลในพื้นที่ออกตัดกิ่งไม้ พบร่างกลางทุ่งนา ริมถนนสายบ้านศาลา-ศรีชุม พร้อมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเกิดอุบัติเหตุแล้วถูกน้ำพัดไปเนื่องจากในพื้นที่มีน้ำท่วม โดยหลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว จึงนำศพไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลดอกคำใต้ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตครั้งนี้ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือฆาตกรรมหรือไม่

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบโชเฟอร์โหดฆ่าชิงทรัพย์ สารภาพเสพยาบ้าก่อนก่อเหตุ หลบหนีอาศัยตามทุ่งนา

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 ส.ค.  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วาปีปทุม สามารถจับกุมตัว นายวัชรินทร์ ประทุมพร อายุ 26 ปี โดยจับได้ที่กระท่อมกลางทุ่งนา  ท้ายหมู่บ้านจอกขวาง ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม โดยสามารถจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลาประมาณ 09.00 น. ก่อนนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สภ.กันทรวิชัย ซึ่งระหว่างชุดสืบสวน สภ.วาปีปทุม เข้าจับกุมนายวัชรินทร์ได้ต่อสู้ โดยชกเข้าที่ใบหน้าของ ด.ต.คมกริช มลาศรี ทำให้ตาซ้ายบวมปูด และด.ต.สาธิต ประพาศพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซ้ายเคล็ด  ซึ่งทั้งสองนายได้ไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลวาปีปทุม แพทย์ได้รักษาอาการและให้ยามารับประทานเรียบร้อยแล้ว14725368661472537128lด้าน พ.ต.อ.วิศักดิ์ อินทรกรอุดม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวาปีปทุม กล่าวว่า การจากสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาคือนายวัชรินทร์ ประทุมพร หรือ ทุ่ง อายุ 26 ปี รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นางบุญเพ็ง ปัญโญ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารจริง เบื้องต้นในวันเกิดเหตุรับว่าเสพยาบ้ามาก่อน เมื่อเห็นนางบุญเพ็งโบกรถ จึงได้จอด ก่อนทำทีเป็นรถเสียช่วงใกล้ถึงตัวอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย เมื่อซ่อมรถเสร็จจึงได้ขับรถต่อไป และได้จอดรถลงไปปัสสาวะบริเวณใกล้แยกบ้านยางบ่ออี ต.เมืองบัว อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ จากนั้นได้ขึ้นมาบนรถและได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ตาย จากนั้นได้วกรถกลับมาทางอำเภอวาปีปทุม ก่อนจะขับรถเข้าหมู่บ้านหนองผือ ต.นาสีนวล อ.พยัคฆภูมิพิสัย ผ่านหมู่บ้านดงบาก-บ้านเหล่าน้อย  เพื่อที่จะนำศพมาทิ้ง  สำหรับของกลางคือสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท  ผู้ต้องบอกว่าได้นำไปทิ้งบริเวณทุ่งนาใกล้ที่เกิดเหตุ  เนื่องจากสร้อยขาด  ส่วนสร้อยข้อมือน้ำหนัก 1 บาทปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป  ซึ่งหลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา  ได้เดินลัดเลาะตามทุ่งนาไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะกลับมาที่บ้านเกิด  ที่หมู่บ้านดงเค็ง  ต.หัวเรือ  อ.วาปีปทุม  อาศัยนอนตามกระท่อมกลางนา  ซึ่งไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่วันนั้น  จนถึงช่วงเช้าวันนี้  มีรถเข็นขายปิ้งไก่ผ่านมาจึงได้เรียกซื้อ  จากนั้นก็ไปนอนในกระท่อมกลางนา  บ้านจอกขวาง  ต.หนองแสง  อ.วาปีปทุม  จ.มหาสารคาม  และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในที่สุด

โดยระหว่างที่ให้การกับเจ้าหน้าที่  ผู้ต้องหามีอาการลุกลี้ลุกลน พูดกลับไปกลับมา คล้ายคนเมายา ซึ่งผู้ต้องหาได้สารภาพกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่าก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้ามาด้วย  ต่อจากนี้ไปพนักงานสอบสวน สภ.พยัคฆภูมิพิสัย  จะได้มารับตัว  เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันเดียวกัน ที่จ.บุรีรัมย์ นายสุพิศ วัตรสุนทร อายุ 38 ปี เจ้าของรถบัสคันเกิดเหตุ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจวาปีปทุม ว่าสามารถจับกุมตัวนายวัชรินทร์ได้ ก็เตรียมเดินทางจาก จ.บุรีรัมย์ ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พยัคฆภูมิพิสัย ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งไปติดต่อเรื่องรถบัสคันที่นายวัชรินทร์ใช้ก่อเหตุ ว่าจะสามารถนำรถออกมาได้ตอนไหนเพราะมีรถเพียงคันเดียวที่นำมาวิ่งร่วม  ซึ่งหลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ต้องขาดรายได้จากการวิ่งรถบัสซึ่งถือเป็นรายได้หลัก อย่างไรก็ตามหลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวัชรินทร์ได้แล้ว ก็รู้สึกคลายความกังวลจากที่ก่อนหน้านี้ต้องอยู่ในภาวะเครียดหนัก เพราะเกรงว่าคดีจะยืดเยื้อยาวนานซึ่งจะทำให้ไม่สามารถนำรถออกไปวิ่งได้  แต่หลังจากจับกุมได้แล้วก็มั่นใจว่าคดีจะคลี่คลายโดยเร็ว ซึ่งตนก็จะสามารถนำรถออกมาประกอบอาชีพได้เร็วขึ้นด้วย พร้อมขอขอบคุณตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้โดยเร็ว

นายสุพิศ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องคดีก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย เพราะผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษกับสิ่งที่กระทำ เพราะสิ่งที่นายวัชรินทร์ กระทำไม่ได้ส่งผลกับตัวนายวัชรินทร์ คนเดียว แต่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับผู้ประกอบอาชีพรถโดยสารสาธารณะ เพราะทำให้ผู้โดยสารขาดความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยที่จะใช้บริการรถโดยสารในการเดินทาง โดยเฉพาะตนเองนอกจากจะเสียค่าซ่อมบำรุงรถแล้ว หากนำออกมาวิ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีผู้โดยสารกลับมาใช้บริการเป็นปกติหรือไม่ จึงฝากวิงวอนผู้โดยสารหรือประชาชนเห็นใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของตัวบุคคลอย่าเหมารวมทั้งหมด  หลังจากนี้ก็จะตรวจสอบผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์ให้รอบคอบกว่านี้ ส่วนตัวเองก็จะไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเหมือนที่ผ่านมา  ส่วนเรื่องการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต เบื้องต้นก็ได้มอบเงินช่วยเหลือแล้วจำนวนหนึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มใหญ่ แต่งชุด รปภ.ถูกไล่ ฟัน-ตี ตายคาทุ่งนา อ.แม่สาย

พบหนุ่มใหญ่แต่งชุด รปภ.ถูกไล่ ฟัน-ตี ตายคาทุ่งนา อ.แม่สาย เชียงราย คนร้าย ยังชิง จยย.ผู้ตายหลบหนีลอยนวล ตร. คาด 2 ฝ่าย ตกลงบางเรื่องกันไม่ได้

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.59 พ.ต.ท.เอกชัย เพียงใจวงศ์ สว.(สอบสวน) สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้รับแจ้งพบศพถูกทำร้ายร่างกายที่บริเวณทุ่งนา หมู่ 5 บ.ด้าย ต.บ้านด้าย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมรุดไปที่เกิดเหตุ ห่างหมู่บ้านบ้านด้าย 1 กม.พบศพชายไม่ทราบชื่อที่อยู่ ไม่มีหลักฐานในตัว อายุประมาณ 40-45 ปี สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ ปักตัวภาษาอังกฤษ SECURITY ที่หน้าซ้าย ใส่กางเกงสีน้ำตาล มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่แขนซ้ายกระดูกหัก บริเวณปากด้านซ้ายถูกตีกรามหัก และคอหัก ตามลำตัวแขนขาถูกตีมีรอยฟกช้ำทั้งตัว ที่ฝ่ามือขวามีรอยถูกมีดบาดมือยาว ตามลำตัวมีรอยสักเต็มตัว ตายมาแล้วกว่า 8 ชั่วโมง ห่างที่เกิดเหตุ 500 เมตร บนถนนสายบ้าน-สันปูเลย พบรอยเบรกของรถจักรยานยนต์และมีดยาวประมาณ 12 นิ้วเปื้อนเลือดตกอยู่จนท.ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพถูกทำร้ายร่างกายที่บริเวณทุ่งนา หมู่ 5 บ.ด้าย ต.บ้านด้าย

จากการสอบสวน นายพิภพ น้อยหมอ ชาวบ้านที่มาพบศพคนแรกให้การว่า เมื่อคืนเวลา 22.00 น. ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันบริเวณดังกล่าว ในขณะฝนตกพรำๆ จึงไม่สนใจ ต่อมารุ่งเช้าขณะกำลังจะเดินไปดูน้ำที่นาปลูกข้าว ก็พบศพคนตาย จึงแจ้งตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนตายอาจจะเป็น รปภ. ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์นัดกับคนร้ายอย่างต่ำ 2 คน มาเจรจากันบางอย่างบนถนนที่พบมีดของกลาง จากนั้นได้เกิดปากเสียงทะเลาะกัน และคนร้ายทั้ง 2 คน ถือมีดกับไม้เข้ารุมตีและฟันผู้ตาย ทำให้เกิดการต่อสู้ คนตายใช้แขนรับไม้ จนแขนซ้ายกระดูกหัก และมือขวาแย่งมีดจนบาดมือได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้หนีลงทุ่งนา แต่คนร้ายก็ได้ตามไปใช้ไม้กระหน่ำตีทั้งตัวและถูกกรามข้างซ้ายอย่างแรง ทำให้กระดูกคอหัก ตายคาที่ ก่อนหลบหนีคนร้ายได้ชิงรถจักรยานยนต์คนตายไปด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามหาญาติผู้ตายและติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath