สาวเครียดหนัก คลั่งขู่โดดตึกฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมเข้าชาร์จระทึก

เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 2 ธันวาคม 2559 ศูนวิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีผู้คิดสั้นจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ติดกับหมู่บ้านเอกมงคลถนนเทพสิทธิ์ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บาละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณะภัย รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 8 ชั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการปลูกสร้าง พบหญิงไทยทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.ตอง บุญภัย อายุ 41 ปี อดีดพนักงานโรงแรมชาวชัยภูมิ อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งเดินวนไปมา ขึ้นลงตามบันไดข้างตัวอาคาร เจ้าหน้าที่พยายามเกลี่ยกล่อมแต่ก็ไม่เป็นผล จึงได้ใช้เบาะลมกางบริเวณข้างตึก

ต่อมา น.ส.ตง ได้เดินลงมาที่บริเวณบันไดชั้น 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยามเกลี่ยกล่อมชวนคุยอีกครั้งจน น.ส.ตอง เริ่มหันมาคุยด้วย จากนั้นพลเมืองดีได้แอบย่องเข้าไปทางด้านหลังและเข้าชาร์จได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวลงมาสงบสติอารมณ์ด้านล่าง ส่วนสาเหตุนั้นทางเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า น.ส.ตอง อยู่ในอาการคล้ายคนประสาทหลอนและบวกกับตกงานจึงเกิดอาการเคลียดจึงก่อเหตุโชคดีที่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือได้ทัน

ที่มา>>>ข่าวสด

เขียนจม.ลาเจ้านายก่อนอดีตทสปช.จ่อยิงขมับดับคาบ้านหนีโรคร้าย

 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 19 ส.ค. ร.ต.อ.เสรี โชคผ่อง รอง สว.สส.สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 26 ซอย 2 ถนนจันทร์นิเวศน์ 1 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จึงได้ไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่ ที่เกิดเหตุเป็นตึกอาคารพานิช 2 ชั้นบริเวณแคระไม้ห้องโถงชั้นล่างพบร่างนายผั้น ภู่พันธ์ศรี อายุ 79 ปี นอนจมกองเลือดอยู่บนแคระไม้ ที่ศีรษะมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าขมับขวาทะลุขมับซ้าย 1 นัด ใกล้กันพบปืนลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ข้าง 1 กระบอก นอนหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบว่า นายผั้นเคยสมัครไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) มาหลายปี ระยะหลังป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดัน และถุงน้ำดีไหล จนเกิดความเครียด ก่อนเกิดเหตุได้เขียนจดหมายติดไว้ที่นอนบอกลาไว้ 1 ฉบับ มีข้อความเขียนไว้ว่า “เจ้านายครับ ที่ผมต้องฆ่าตัวตาย เพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว มันเจ็บปวดมาหลายเดือนแล้ว ทนไม่ไหวเลยต้องฆ่าตัวตาย ไม่มีใครฆ่าผม ผมฆ่าตัวตายเอง ลาก่อนเจ้านาย”

จากการสอบถามญาติๆ นึกว่านายผั้นคงเขียนจดหมายติดไว้เล่นๆ กระทั่งตอนเช้า นายผั้นตัดสินใจหนีโรครุมเร้าใช้อาวุธปืนตัวเองจ่อยิงขมับขวา 1 นัดทะลุขมับซ้ายและได้ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล  ซึ่งญาติไม่ติดใจเอาความจึงได้มอบศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เร่งคลี่คดี!! หนุ่มผูกคอตายแปลก-เทปกาวพันรอบปาก ตร.สงสัยฆาตกรรม-สอบเข้ม

 ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ประชุมเร่งด่วน พร้อมสั่งเร่งคลี่คลายคดี กรณีมีผู้เสียชีวิตผูกคอตาย โดยมีเทปกาวปิดปาก เป็นการฆาตกรรมหรือไม่ ต้องรอหลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัดเท่านั้น ส่วนพยานหลักฐานอื่นตำรวจกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะการตาย ยังมีข้อสงสัย แต่ยังไม่สามารถสรุปประเด็นการเสียชีวิต จากการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ทั้ง รอง ผบก. ผกก. รอง ผกก. พนักงานสอบสวน และชุดสืบสวนสอบสวน เพื่อเร่งคลี่คลายคดี พบศพนายธนธรรม ใจบุญ อายุ 49 ปี อยู่ ถนนพระองค์ดำ อ.เมือง พิษณุโลก พ่อค้าขายหอยทอดย่านตลาดสดโคกมะตูม สภาพศพใช้เชือกพลาสติกยาวกว่า 3 เมตร ผูกคอกับขื่อบ้าน ชั้นล่าง และที่ปากพบเทปกาวสีน้ำเงิน พันรอบปากและศีรษะ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงทั้งนี้เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชน จำเป็นต้องให้ความกระจ่างโดยเร็ว ในส่วนของศพของผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างการชันสูตรของทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้ทราบว่าเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร พร้อมทั้งรอลายนิ้วมือที่เก็บมาจากที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 6 พิษณุโลกกำลังตรวจสอบ เวลาต่อมา ผบก. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก. กล่าวว่า วันนี้ตนได้ประชุมที่ สภ.เมือง และเชิญพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 เนื่องจากมีการพบศพผูกคอตาย ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าจะถูกฆาตกรรม หรือ ฆ่าตัวตาย

ตนได้มอบประเด็นให้พนักงานสอบสวน 4-5 ประเด็น ในการที่จะตรวจสอบต่างๆ ซึ่งมีการแจ้งความถูกข่มขู่ หรือเป็นหนี้สิน แก๊งหมวกกันน็อกต่างๆ ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าว ต้องดูทุกประเด็น กล้องวงจรปิด และที่เกิดเหตุ พร้อมได้ข้อมูลเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มีอีกหลายประเด็นมาก ว่าทำไมมีลักษณะนี้ในที่เกิดเหตุ ในการสอบสวนยังไม่ได้ฟันธง เราต้องยึดหลักนิติวิทยาศาสตร์ พล.ต.ต.อดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า การที่มาพบผู้ตายในที่เกิดเหตุ นิติเวชจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ตนต้องรอทางแพทย์ที่เราได้ส่งศพไปตรวจที่โรงพยาบาลพุทธชินราช และ ศพฐ. 6 มาประกอบ ตอนนี้เราได้รับสำนวนเป็นคดีชันสูตรพลิกศพ ดำเนินการขั้นตอน ว่าการตายเป็นอย่างไร ตรวจสอบทุกประเด็น เราจะไม่ดูที่เกิดเหตุอย่างเดียว จะดูร่องรอยที่ศพ เทปพันปาก เชือกที่ผูก เป็นสิ่งต้องคิดว่าทำได้หรือไม่  หรือคนอื่นทำ สภาพศพมีร่องรอยถูกทำร้ายหรือไม่

เพราะถ้ามีการทำลักษณะนี้ ต้องมีการถูกมัด มีการต่อสู้ เราต้องดูให้ครบทุกประเด็น รอผลตรวจแพทย์อยู่ วันได้ข้อมูลคร่าวๆ จาก ศพฐ.6 คงไม่นานประมาณ 6-7 วัน ตอนนี้กำลังรวบรวมหลักฐาน ใครเป็นหนี้ใคร การมาแจ้งความมีลักษณะอย่างไร มีคู่กรณีหรือไม่ มีการทำนิติกรรม หรือประกันชีวิตหรือไม่

ที่มา>>>ข่าวสด