เหยียบเบรกไปโดนคันเร่ง! สาวขับรถเกียร์กระปุก ชนแหลกใน ว.อาชีวะ

เหยียบเบรก1

สาวแปดริ้วขับรถเกียร์กระปุก พาลูกสาวสองคนนั่งมาด้วย ระหว่างจะเลี้ยวล้อรถเกิดไปปีนฟุตปาท อารามตกใจ จะเหยียบเบรกกลับไปโดนคันเร่ง รถพุ่งข้ามฝั่งชนรถตู้แล้วชนทะลุกำแพงไปชนอาคารเรียนของว.อาชีวะ ทำให้ลูกสาวได้รับบาดเจ็บ…

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 มี.ค. 59 ร.ต.ท.หญิงกรรณิการ์ ทวีศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ไปตรวจสอบรถชนกำแพง ภายในวิทยาลัยอาชีวศึกษา ฉะเชิงเทรา ถนนมรุพงษ์ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา

พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บบ 6409 ฉะเชิงเทรา ชนอัดติดกับกำแพงอาคารเรียน ตัวรถพังเสียหาย ส่วนกำแพงก็พังเช่นกัน โดยมี น.ส.สุทน จำปาแพง อายุ 37 ปี เป็นคนขับ และลูกสาวอายุ 11 ปี กับ 9 ปี อยู่ในอาการตกใจ ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร

เหยียบเบรก2

ใกล้กันพบรถตู้ โตโยต้า เวนทูรี่ สีขาว ทะเบียน นข 189 ฉะเชิงเทรา จอดอยู่ข้างทาง ด้านหน้ามีรอยเฉี่ยวชน มีนายสายชล หนูเสริม อายุ 48 ปี เป็นคนขับ

จากการสอบสวน น.ส.สุทน ให้การว่าขณะที่กำลังขับรถออกมาจากปากทางวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ (วัดเมือง) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและกำลังจะเลี้ยวซ้าย ล้อรถเกิดไปเฉี่ยวชนฟุตปาททำให้ตกใจ พยายามที่จะเหยียบเบรก อีกทั้งเป็นเกียร์กระปุก ทำให้รถกระชากจึงรีบเหยียบเบรก แต่เหยียบพลาดกลายเป็นเหยียบคันเร่ง รถจึงพุ่งข้ามถนนไปเฉี่ยวชนรถตู้ ก่อนจะชนฟุตปาทแล้วชนกำแพงจนทะลุเข้าไปอัดอาคารเรียนที่อยู่ห่างจากกำแพงประมาณ 10 เมตร ทำให้ลูกสาวสองคนที่นั่งมาในรถตกใจและได้รับบาดเจ็บ.

ที่มา>>>Thairath

สาว 18 ตัดพ้อผัวหนุ่มไม่หางานทำ รุ่งเช้าสะดุ้งตื่นมาเจอศพ

 * สาว 18 ตัดพ้อผัวหนุ่มไม่หางานทำ รุ่งเช้าสะดุ้งตื่นมาเจอศพ *

สาว 18 ตัดพ้อผัวหนุ่มไม่หางานทำ รุ่งเช้าสะดุ้งตื่นมาเจอศพ

สาว 18 ตัดพ้อผัวหนุ่มไม่หางานทำ รุ่งเช้าสะดุ้งตื่นมาเจอศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (12 มี.ค.) เมื่อเวลา 06.10 น. สภ.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุชายผูกคอเสียชีวิตในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 4 ต.คลองพระอุดม

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ปลูก 2 ชั้น บริเวณชั้นบนของตัวบ้านภายในห้องนอนพบศพ นายวิสัน อายุ 31 ปี ใช้เชือกไนล่อนผูกกับขื่อแขวนคอตัวเองจนเสียชีวิตโดยมี น.ส.นัฎฐา อายุ 18 ปี แฟนสาวร้องไห้

จากการสอบสวน น.ส.นัฎฐา ให้การว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาก่อนเข้านอนตนเองกับผู้ตายมีปากเสียงกันรุนแรง เรื่องที่ตนเองต่อว่าแฟนหนุ่มไม่ยอมหางานทำ เอาแต่มั่วสุมกินเหล้ากับเพื่อนๆ ไปวันๆก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน จนกระทั่งตื่นมาแทบตกใจเมื่อเห็นแฟนหนุ่มคิดสั้นผูกคอตาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่านายวิสันคงน้อยใจแฟนสาวที่ตัดพ้อไม่หางานทำ ด้วยความน้อยใจเลยอาศัยช่วงกลางดึกที่ทุกคนหลับแอบมาแขวนคอตาย

ทั้งนี้ ทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตจึงมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

สะเทือนใจ วินาทีลูกชายก้มกราบพ่อหน้าเรือนจำ หลังพ่อติดคุก 1 ปี

 * สะเทือนใจ วินาทีลูกชายก้มกราบพ่อหน้าเรือนจำ หลังพ่อติดคุก 1 ปี *

กราบพ่อหน้าเรือนจำ

ภาพวินาทีสะเทือนใจ ลูกชายก้มกราบเท้าอันเปลือยเปล่าของผู้เป็นพ่อทั้งน้ำตา หลังมายืนรอรับพ่อที่เพิ่งพ้นโทษในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง

วันที่ 21 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความสุดสะเทือนใจ ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Paskorn Jumlongrach เป็นผู้โพสต์เล่าถึงวินาทีที่ นายภาณุวัฒน์ เต็มสามารถ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน ก้มกราบที่เท้าอันเปลือยเปล่าของนายชะลอ เต็มสามารถ ผู้เป็นพ่อที่เพิ่งเดินออกมาจากเรือนจำ หลังติดคุกนาน 1 ปี ในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง โดยระหว่างที่ผู้เป็นลูกก้มกราบเท้าพ่ออยู่นั้น ก็พูดสั้น ๆ ว่า “ผมรู้ดี ผมรู้ดี” และยังคงน้ำตาคลอเบ้าทุกครั้งที่เหลือบมองพ่อ ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

โดยข้อความในเฟซบุ๊ก Paskorn Jumlongrach ทั้งหมด มีดังนี้

กราบพ่อหน้าเรือนจำ
ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Paskorn Jumlongrach

ตำรวจเอี่ยวคดีทำร้าย ไฮโซปลาวาฬ ฟ้องกลับตำรวจด้วยกัน วอนขอความเป็นธรรม

 * ตำรวจเอี่ยวคดีทำร้าย ไฮโซปลาวาฬ ฟ้องกลับตำรวจด้วยกัน วอนขอความเป็นธรรม *

ไฮโซปลาวาฬ

จำเลยที่ 3 คดีทำร้าย ปลาวาฬ ที่รัชดาผับในภูเก็ต ฟ้องกลับพนักงานสอบสวนคดี และผู้เสียหายที่ 3 ขอสังคมให้ความเป็นธรรม หลังต้องตกเป็นจำเลยทั้งที่ไม่ได้ทำผิด จนครอบครัวเดือดร้อน

วานนี้ (19 มีนาคม 2559) ด.ต. สุทธินันท์ ขุนยงค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1153, 1154, 3900, 4163, 4314 และ 4942/2555 หมายเลขแดงเลขที่ 4732-4737/2557 ระหว่างพนักงานอัยการเป็นโจทก์ นายวรสิทธิ์ อิสระ โจทก์ร่วม นายสุชาติ พาหละ จำเลยที่ 1 และพวก รวม 7 คน เรื่องความผิดต่อชีวิต พยายาม ความผิดต่อร่างกาย ลหุโทษ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2555 ที่เด็กเสิร์ฟและการ์ดของรัชดาผับ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต รุมทำร้าย นายวรสิทธิ์ อิสระ หรือ ปลาวาฬ กับพวกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

โดย ด.ต. สุทธินันท์ เดินทางมายังศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อยื่นฟ้อง พ.ต.ท.นนน พิทักษ์กุลธร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต พนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าว และ นายยุทธิพงศ์ สิมงาม ผู้เสียหายที่ 3 หลังศาลตัดสินยกฟ้องตนซึ่งเป็นจำเลยที่ 3

ทั้ง นี้ ด.ต. สุทธินันท์ กล่าวว่า ตนตกเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีดังกล่าวด้วย ทำให้ตนถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน จนได้รับความเดือดร้อน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดในเหตุการณ์ เป็นเพียงคนที่เข้าให้ความช่วยเหลือเท่านั้น ในระหว่างที่ต่อสู้คดีมานานกว่า 3 ปี ก็ต้องขายทรัพย์สินมาต่อสู้คดีและจ้างทนาย ทำให้ครอบครัวลำบาก แต่สุดท้ายฟ้ามีตา ศาลจังหวัดภูเก็ตให้ความเป็นธรรม ตัดสินยกฟ้องตน ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดี ทำให้ขณะนี้ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีนี้ และผู้บังคับบัญชาเพิ่งมีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม ตำรวจเอี่ยวคดีทำร้าย ไฮโซปลาวาฬ ฟ้องกลับตำรวจด้วยกัน วอนขอความเป็นธรรม

กทม. สั่งเทศกิจไถเงินต่างชาติ ออกจากราชการไว้ก่อน ยันไม่ได้ทำครั้งแรก

 * 
กทม. สั่งเทศกิจไถเงินต่างชาติ ออกจากราชการไว้ก่อน ยันไม่ได้ทำครั้งแรก *

เทศกิจไถเงินต่างชาติ

ฟังชัด ๆ จากปากเจ้าของคลิปเทศกิจไถเงินนักท่องเที่ยว ยันพฤติกรรมขู่ทรัพย์มีมานานแล้วไม่ใช่ครั้งแรก ร้องฟันโทษให้หนักกว่าการสั่งย้าย หวั่นชื่อเสียงประเทศเสียหาย ด้านรองปลัด กทม. สั่ง 2 เทศกิจ ออกจากราชการไว้ก่อน คาดรู้ผลสอบก่อนสงกรานต์ปีนี้

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเทศกิจ จับชายชาวต่างชาติ ข้อหาทิ้งขยะที่สนามหลวง โดยมีการหยิบเงินจากกระเป๋าอีกฝ่ายไปหลายบาทเป็นค่าปรับ จนรองปลัดกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งย้าย นายไพโรจน์ ทินโน เทศกิจในคลิปดังกล่าว และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อไปสัมภาษณ์กับ นายธุรีดิน แห้งผาด หรือออสติน เจ้าของคลิปวิดีโอดังกล่าว โดยคุณออสติน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนยืนอยู่บนถนนฝั่งตรงข้าม แล้วสังเกตเห็นผู้ชายสวมใส่ชุดเครื่องแบบเทศกิจกำลังคุยกับชายชาวต่างชาติ และเมื่อเข้าไปในระยะใกล้ก็พบเทศกิจคนนี้กำลังเอาเงินออกจากกระเป๋าชาวต่างชาติ โดยหยิบเงินออกจากกระเป๋า 1 พันบาท ตนจึงเห็นว่า เป็นเรื่องที่ผิดปกติ จึงเดินอ้อมไปใกล้ ๆ ก็เห็นเทศกิจหยิบเงินแบงก์พันไปอีกหลายครั้ง รวมประมาณ 3,500-4,500 บาท ตนจึงเดินเข้าไปประชิดตัวเทศกิจ และบอกว่า คุณทำอย่างนี้ไม่ได้นะ แบบนี้เขาเรียกกรรโชกทรัพย์ ต้มตุ๋น

จากนั้นตนจึงเรียกคนขายของที่อยู่ตรงข้ามให้มาดูว่า มีการปล้นทรัพย์ เทศกิจคนดังกล่าวจึงกล่าวกับตนว่า “มายุ่งอะไรนี้มันเรื่องของเจ้าหน้าที่” แต่ตนได้ย้ำไปอีกว่า ไม่ได้หรอกนี้มันคือการปล้นทรัพย์ พอมีคนเข้ามาดูหลายคนเทศกิจคนนั้นจึงตกใจ และกำเงินคืน

อ่านเพิ่มเติม กทม. สั่งเทศกิจไถเงินต่างชาติ ออกจากราชการไว้ก่อน ยันไม่ได้ทำครั้งแรก

ย้ำ ! กฎหมายใหม่ ฝ่าฝืนตรวจวัดแอลกอฮอล์ โทษเทียบเท่าเมาแล้วขับ

 * ย้ำ ! กฎหมายใหม่ ฝ่าฝืนตรวจวัดแอลกอฮอล์ โทษเทียบเท่าเมาแล้วขับ *

ฝ่าฝืนตรวจวัดแอลกอฮอล์

ย้อนอ่านประกาศปรับแก้ พ.ร.บ.จราจรทางบก เพิ่มเติม ระบุชัด บุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ยอมให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ต้องโทษเทียบเท่าเมาแล้วขับ จำคุก 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท

วันที่ 18 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2557 ประกาศแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 โดยมีการแก้ไขในส่วนของมาตรา 142 กรณีผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบว่าหย่อนความสามารถในการขับขี่โดยไม่มีเหตุอันควร คือให้อำนาจสิทธิเจ้าพนักงานจราจรสามารถสั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถ เมื่อเห็นว่ารถนั้นมีสภาพไม่ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ และในกรณีที่ผู้ขับขี่มีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าเสี่ยงเมาสุรา หรือขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับหรือขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่

ทั้งนี้ กฎหมายฉบับใหม่ได้ให้สิทธิเจ้าหน้าที่ในการสั่งให้ผู้ขับขี่ขับรถเข้าช่องทางที่มีกรวยวางตั้งไว้ ให้ไขกระจกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ยื่นอุปกรณ์เข้าไปตรวจวัดแอลกอฮอล์เข้าไปในรถได้ หรือเรียกให้ผู้ขับขี่เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ รวมทั้งสั่งให้ลงจากรถเพื่อดูว่าร่างกายสามารถรักษาสมดุลของการเดินได้หรือไม่ หากผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบ ให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นเมาสุรา และดำเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุราได้ทันที

อย่างไรก็ตามสำหรับบทลงโทษใหม่ กรณีที่ผู้ขับขี่ปฏิเสธในการให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ถูกกล่าวหาสามารถสืบพยานหักล้างในศาลได้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร – บก.02, เฟซบุ๊ก FM. 91 Trafficpro

กรธ.ปัดขัดแย้ง คสช. ยันข้อเสนอแก้ร่างฯ ทำตามได้ แต่ไม่หมด

กรธ

โฆษก กรธ.ชี้ข้อเสนอ คสช.ทำตามได้ไม่หมด หวั่นกระทบโครงสร้าง รธน.ทั้งฉบับ ยัน กรธ.ไร้ความขัดแย้ง คสช.

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.59 นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงข้อเสนอแนะของ คสช.ต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ส่งมายัง กรธ.ว่า ข้อเสนอแนะที่ คสช.ส่งมาถือว่าไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย ในการร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ในฐานะที่เขาเป็นผู้บริหารประเทศ คงมองเห็นถึงปัญหาบ้านเมืองที่ต้องได้รับการแก้ไข และจะต้องวางกลไกไว้อย่างไรบ้างเพื่ออนาคต จากนี้ทาง กรธ.ต้องปรึกษาและพูดคุยกันว่าข้อเสนอที่ คสช.ส่งมานั้น สามารถปรับแก้ประเด็นใดได้บ้าง และ กรธ.แต่ละท่านมีความเห็นอย่างไร ยืนยันว่า จะร่างเสร็จทันกรอบเวลาแน่นอน แต่ทั้งนี้คงไม่สามารถปรับแก้ตามข้อเสนอของ คสช.ได้ทั้งหมด เพราะบางประเด็นหากปรับแก้ตามแล้ว อาจจะกระทบโครงสร้างของรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ส่วนปัญหาความขัดแย้งระหว่าง กรธ.กับ คสช. ยืนยันว่าไม่มี ทุกฝ่ายสามารถแสดงความคิดเห็นออกมาได้ ต่างฝ่ายต่างก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด โดยยึดเอาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นตัวตั้ง.

ที่มา>>>Thairath

ผล 8 ศพ SCB Park สมองขาดอากาศ น.1 เร่งสรุปคดีจ่อฟันผิด

scb

ผู้บังคับการนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เผย 8 ผู้เสียชีวิต จากเหตุ SCB Park เกิดจากสมองขาดออกซิเจน ชี้เป็นครั้งแรกที่มีการเสียชีวิตจากสารไพโรเจน “พล.ต.ท.ศานิตย์” เผยได้ข้อสรุปเหตุ SCB บางเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย หวั่นกระทบคดี จ่อเอาผิดอย่างน้อย 1-2 บริษัท

พลตำรวจตรี พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจชันสูตรศพเบื้องต้นทั้ง 8 ราย พบว่ามีสาเหตุเดียวกัน สันนิษฐานคือ สมองขาดออกซิเจน ซึ่งจะต้องเก็บตัวอย่าง เลือด ปัสสาวะ ส่งไปยังห้องปฏิบัติการ ตรวจอย่างละเอียด เนื่องจากไม่เคยพบผู้เสียชีวิตจากสารนี้มาก่อน โดยกรณีที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่มีการเสียชีวิตจากสารไพโรเจน ที่ทำหน้าที่เป็นสารดับเพลิง จะทำให้ก๊าซออกซิเจนในอากาศหมดไป

ขณะที่ในส่วนของสีสมอง พบว่า แตกต่างจากผู้เสียชีวิตปกติ ที่สมองจะมีสีซีด แต่ในกรณีนี้ ผู้เสียชีวิตมีสมองสีชมพูสดมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งต้องส่งไปตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด ว่าสารเคมีชนิดดังกล่าวมีปฏิกิริยากับสมองอย่างไร อย่างไรก็ตาม สำหรับสารไพโรเจน หากสูดดมเกิน 15 นาที จะทำใหหมดสติและเป็นอันตรายถึงชีวิต ในลักษณะค่อยๆ หมดสติ จนไม่รู้สึกตัว

สำหรับญาติผู้เสียชีวิต ผู้บังคับการสถาบันนิติเวช ระบุว่า ขอให้ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาแสดงตนขอรับศพ เนื่องจากสภาพศพยังอยู่ในสภาพปกติ สามารถระบุใบหน้าและรูปร่างได้อย่างชัดเจน

ส่วนทางด้าน พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยภายหลัง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุระบบป้องกันอัคคีภัยขัดข้อง ในห้องนิรภัยที่ใช้เก็บเอกสารชั้นใต้ดิน ของอาคารเอสซีบี ปาร์ค ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และ ได้รับบาดเจ็บ 7 คน หลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารเข้าตรวจสอบเบื้องต้น ว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ข้อสรุปในบางเรื่องแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผู้ที่จะถูกดำเนินคดี

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องนิรภัยที่ใช้เก็บเอกสาร ส่วนในเรื่องของประตูนิรภัย เป็นการที่ผู้ที่เข้าไปปฏิบัติไม่ถือปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอน จึงเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อเร่งพิสูจน์ทราบถึงสาเหตุในครั้งนี้ และเชื่อว่าเมื่อผลการตรวจสอบออกมาจะเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย

ส่วนการดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น เบื้องต้น อาจจะต้องดำเนินคดีอย่างน้อย 1-2 บริษัท และหากพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ก็จะดำเนินคดีทันที และเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่ากังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันธนาคารทำเต็มที่ที่สุดแล้ว

ที่มา>>>sanook

คดีเด็ด !! โจรลักจักรยานยนต์ แต่รถน้ำมันหมดกลางทาง-โดนเจ้าของยกพวกรุมอัด

 * คดีเด็ด !! โจรลักจักรยานยนต์ แต่รถน้ำมันหมดกลางทาง-โดนเจ้าของยกพวกรุมอัด *

โจรขโมยมอไซ น้ำมันหมด

โจรลักจักรยานยนต์ดวงกุด เจอรถน้ำมันหมด จอดโบกรถข้างทาง เจอเจ้าของรถยกพวกรุมอัดจับส่งตำรวจ

วานนี้ (12 มีนาคม 2559) เกิดเหตุคนร้ายลักรถจักรยานยนต์แต่ถูกเจ้าของรวบตัวไว้ได้ บริเวณถนนนราธิป ก่อนถึงแยกสันติสุข ช่วง 100 เมตร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุก็พบว่าคนร้ายคือ นายยุทธนา ปรีปิติ อายุ 42 ปี ถูกวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งควบคุมตัวไว้ในสภาพถูกจับนอนคว่ำกับพื้น มือไพล่หลัง เลือดกบปาก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยจอดอยู่

จากการสอบถาม นายกิตติภูมิ เรืองฉาย อายุ 23 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์ เปิดเผยว่า คนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์ของตนมาจากหน้าบ้าน ภายในซอยแก่นจันทร์ เมื่อตนได้ยินเสียงก็รีบวิ่งมาดู พบคนร้ายกำลังขี่รถจักรยานยนต์ของตนหนีไป จึงชวนกลุ่มเพื่อนบ้านมาร่วมกันติดตาม กระทั่งพบนายยุทธนาที่จอดรถจักรยานยนต์อยู่ข้างทาง กำลังโบกรถขอความช่วยเหลือเพราะน้ำมันหมด พวกตนจึงช่วยกันรวบตัวคนร้ายไว้ แต่อีกฝ่ายขัดขืนจึงได้รับบาดเจ็บ

โจรขโมยมอไซ น้ำมันหมด

ในส่วนของการสอบสวนนายยุทธนา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริงโดยร่วมกับเพื่อนอีกคน ชื่อ นายปริญญา รักไทย หรือ เต้ย อายุ 24 ปี ซึ่งได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมาร่วมกันออกตระเวณลักรถในพื้นที่ภาคกลางมาหลายครั้งแล้ว

จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมนายปริญญาได้ที่บ้านพักย่านถนนไทรย้อย อ.ชะอำ พร้อมของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงควบคุมตัวทั้ง 2 คนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีข้อหาร่วมกันลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ในเวลากลางคืน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ข่าวเพชรบุรี โดยเพชรบุรีเคเบิ้ลทีวี

นิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทย กวาด 7 รางวัลพิราบน้อย

kaa

นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขานวัตกรรมสื่อสารมวลชน กลุ่มวิชาเอกวารสารศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้คว้า 7 รางวัล “พิราบน้อย”ประจำปีการศึกษา 2558 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

โดยการประกวดหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ข่าวหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ข่าวสิ่งแวดล้อม และข่าวเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITPC Award) ในสถาบันการศึกษาต่างๆนั้นได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งคณะนิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทยได้รับรางวัลพิราบน้อยนี้มาอย่างต่อเนื่องตลอด 11 ปี โดยภายในพิธีมอบรางวัล ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ และ อาจารย์ที่ปรึกษาหนังสือพิมพ์หอข่าว ได้ร่วมแสดงความยินดีกับนักศึกษาด้วย

ที่มา>>>sanook new