รวบโชเฟอร์โหดฆ่าชิงทรัพย์ สารภาพเสพยาบ้าก่อนก่อเหตุ หลบหนีอาศัยตามทุ่งนา

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 ส.ค.  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วาปีปทุม สามารถจับกุมตัว นายวัชรินทร์ ประทุมพร อายุ 26 ปี โดยจับได้ที่กระท่อมกลางทุ่งนา  ท้ายหมู่บ้านจอกขวาง ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม โดยสามารถจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลาประมาณ 09.00 น. ก่อนนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สภ.กันทรวิชัย ซึ่งระหว่างชุดสืบสวน สภ.วาปีปทุม เข้าจับกุมนายวัชรินทร์ได้ต่อสู้ โดยชกเข้าที่ใบหน้าของ ด.ต.คมกริช มลาศรี ทำให้ตาซ้ายบวมปูด และด.ต.สาธิต ประพาศพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซ้ายเคล็ด  ซึ่งทั้งสองนายได้ไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลวาปีปทุม แพทย์ได้รักษาอาการและให้ยามารับประทานเรียบร้อยแล้ว14725368661472537128lด้าน พ.ต.อ.วิศักดิ์ อินทรกรอุดม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวาปีปทุม กล่าวว่า การจากสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาคือนายวัชรินทร์ ประทุมพร หรือ ทุ่ง อายุ 26 ปี รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นางบุญเพ็ง ปัญโญ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารจริง เบื้องต้นในวันเกิดเหตุรับว่าเสพยาบ้ามาก่อน เมื่อเห็นนางบุญเพ็งโบกรถ จึงได้จอด ก่อนทำทีเป็นรถเสียช่วงใกล้ถึงตัวอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย เมื่อซ่อมรถเสร็จจึงได้ขับรถต่อไป และได้จอดรถลงไปปัสสาวะบริเวณใกล้แยกบ้านยางบ่ออี ต.เมืองบัว อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ จากนั้นได้ขึ้นมาบนรถและได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ตาย จากนั้นได้วกรถกลับมาทางอำเภอวาปีปทุม ก่อนจะขับรถเข้าหมู่บ้านหนองผือ ต.นาสีนวล อ.พยัคฆภูมิพิสัย ผ่านหมู่บ้านดงบาก-บ้านเหล่าน้อย  เพื่อที่จะนำศพมาทิ้ง  สำหรับของกลางคือสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท  ผู้ต้องบอกว่าได้นำไปทิ้งบริเวณทุ่งนาใกล้ที่เกิดเหตุ  เนื่องจากสร้อยขาด  ส่วนสร้อยข้อมือน้ำหนัก 1 บาทปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป  ซึ่งหลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา  ได้เดินลัดเลาะตามทุ่งนาไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะกลับมาที่บ้านเกิด  ที่หมู่บ้านดงเค็ง  ต.หัวเรือ  อ.วาปีปทุม  อาศัยนอนตามกระท่อมกลางนา  ซึ่งไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่วันนั้น  จนถึงช่วงเช้าวันนี้  มีรถเข็นขายปิ้งไก่ผ่านมาจึงได้เรียกซื้อ  จากนั้นก็ไปนอนในกระท่อมกลางนา  บ้านจอกขวาง  ต.หนองแสง  อ.วาปีปทุม  จ.มหาสารคาม  และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในที่สุด

โดยระหว่างที่ให้การกับเจ้าหน้าที่  ผู้ต้องหามีอาการลุกลี้ลุกลน พูดกลับไปกลับมา คล้ายคนเมายา ซึ่งผู้ต้องหาได้สารภาพกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่าก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้ามาด้วย  ต่อจากนี้ไปพนักงานสอบสวน สภ.พยัคฆภูมิพิสัย  จะได้มารับตัว  เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันเดียวกัน ที่จ.บุรีรัมย์ นายสุพิศ วัตรสุนทร อายุ 38 ปี เจ้าของรถบัสคันเกิดเหตุ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจวาปีปทุม ว่าสามารถจับกุมตัวนายวัชรินทร์ได้ ก็เตรียมเดินทางจาก จ.บุรีรัมย์ ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พยัคฆภูมิพิสัย ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งไปติดต่อเรื่องรถบัสคันที่นายวัชรินทร์ใช้ก่อเหตุ ว่าจะสามารถนำรถออกมาได้ตอนไหนเพราะมีรถเพียงคันเดียวที่นำมาวิ่งร่วม  ซึ่งหลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ต้องขาดรายได้จากการวิ่งรถบัสซึ่งถือเป็นรายได้หลัก อย่างไรก็ตามหลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวัชรินทร์ได้แล้ว ก็รู้สึกคลายความกังวลจากที่ก่อนหน้านี้ต้องอยู่ในภาวะเครียดหนัก เพราะเกรงว่าคดีจะยืดเยื้อยาวนานซึ่งจะทำให้ไม่สามารถนำรถออกไปวิ่งได้  แต่หลังจากจับกุมได้แล้วก็มั่นใจว่าคดีจะคลี่คลายโดยเร็ว ซึ่งตนก็จะสามารถนำรถออกมาประกอบอาชีพได้เร็วขึ้นด้วย พร้อมขอขอบคุณตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้โดยเร็ว

นายสุพิศ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องคดีก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย เพราะผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษกับสิ่งที่กระทำ เพราะสิ่งที่นายวัชรินทร์ กระทำไม่ได้ส่งผลกับตัวนายวัชรินทร์ คนเดียว แต่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับผู้ประกอบอาชีพรถโดยสารสาธารณะ เพราะทำให้ผู้โดยสารขาดความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยที่จะใช้บริการรถโดยสารในการเดินทาง โดยเฉพาะตนเองนอกจากจะเสียค่าซ่อมบำรุงรถแล้ว หากนำออกมาวิ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีผู้โดยสารกลับมาใช้บริการเป็นปกติหรือไม่ จึงฝากวิงวอนผู้โดยสารหรือประชาชนเห็นใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของตัวบุคคลอย่าเหมารวมทั้งหมด  หลังจากนี้ก็จะตรวจสอบผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์ให้รอบคอบกว่านี้ ส่วนตัวเองก็จะไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเหมือนที่ผ่านมา  ส่วนเรื่องการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต เบื้องต้นก็ได้มอบเงินช่วยเหลือแล้วจำนวนหนึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

อัศจรรย์อัญเชิญพญานาค7เศียร อาทิตย์ทรงกลด ฮือแย่งวัตถุมงคล-เลขเด็ดเกลี้ยง!!

 เมื่อเวลา 15.09 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ จ.นครพนม ประชาชนชาวไทย-ลาว จำนวนกว่า 2,000 คน และผู้เฒ่าผู้แก่พากันนุ่งขาวห่มขาว ร่วมในพิธีอัญเชิญพญาศรีสัตตนาคราช ประดิษฐานบนแท่นฐานที่บริเวณสามแยกด่านป่าไม้ ถนนนิตโยตัดกับถนนสุนทรวิจิตร ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.เมือง เพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นแลนมาร์คของ จ.นครพนม หลังใช้เวลาออกแบบสร้างนาน 5 ปี และหล่อตัวองค์พญานาคนานร่วม 1 ปี ก่อนจะทำพิธียกเศียรพญาศรีสัตตนาคราช 7 เศียร ขึ้นสู่แท่นฐาน เวลา 13.09 น. วันเดียวกัน นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าฯ นครพนม นายประมวล มุ่งมาตร รองผู้ว่าฯ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส.นครพนม ได้ร่วมประกอบพิธีพราหมณ์ นำเครื่องบวงสรวงเซ่นไหว้ ตามความเชื่อของชาวอีสาน พร้อมสวดอิติปิโส โดยมีพระอาจารย์บุญอุ้ม อาภัสสโร พระเกจิอาจารย์ชื่อดังภาคอีสาน แห่งวัดป่าโนนแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม และพระสงฆ์จากวัดใกล้เคียงมาร่วมพิธีดังกล่าวด้วย ขณะยกเศียรซึ่งมีความหนัก 4.5 ตัน ต้องใช้รถยกเครนขนาดใหญ่ โดยใช้สายพานมัดขึงก่อนที่จะหย่อนตัวเศียรลงไปบนส่วนหาง ซึ่งทำพิธียกขึ้นแท่นก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 15.09 น. ของวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นพระอาจารย์บุญอุ้ม เกจิชื่อดังได้สวดอิติปิโสและสวดชยันโต ขณะยกขึ้นสวมใส่ส่วนหางใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงแล้วเสร็จ ท่ามกลางผู้ศรัทธาที่มาร่วมพากันเปล่งเสียงกึกก้องสาธุ 3 ครั้ง   โดยมี พ.ต.อ.อุกกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน ผกก.สภ.เมืองนครพนม และทหารจาก มทบ.210 กว่า 10 นาย มาร่วมรักษาความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมพิธี พระอาจารย์บุญอุ้ม กล่าวว่า หลังทราบข่าวจากลูกศิษย์จากสื่อโซเชี่ยลมีเดีย ขณะรักษาอาการอาพาธอยู่ตึกพิเศษสงฆ์ที่ รพ.นครพนม จึงมาทำพิธีสวดเปิดฟ้าเปิดดิน ไม่ให้เกิดลมพายุและฝนตกหนัก พร้อมอธิษฐานจิตให้ผู้มาร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์เกิดความสุขและความร่มเย็น โดยขณะทำพิธีพราหมณ์ปรากฏว่าเกิดพระอาทิตย์ทรงกลด ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ด้านนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าฯ นครพนม กล่าวว่า พญาศรีสัตนาคราชองค์นี้ ส่วนหางมีน้ำหนัก 4.5 ตัน ส่วนเศียรหนัก 4.5 ตัน รวมน้ำหนัก 9 ตัน หล่อด้วยโลหะทองเหลือง เป็นพญานาคขดหาง 7 เศียรพ่นน้ำ อัญเชิญขึ้นรถเทรลเลอร์มาจากโรงหล่อที่ จ.นครปฐม มาถึง จ.นครพนม ในวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ประดิษฐานบนแท่นฐานกว้าง 6 เมตร บนฐานเหล็ก 8 เหลี่ยม สูงรวมฐาน 15 เมตร  หันหน้าออกสู่แม่น้ำโขงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ว่าฯ นครพนม กล่าวต่อว่า พญาศรีสัตตนาคราชใช้งบหล่อสร้าง 9.8 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินกองทุน 2.3 ล้านบาท หลังเปิดให้เช่าบูชาเหรียญและรูปหล่อมหาสิทธิโชคมาดำเนินการสร้าง โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด หลังจากยกสู่ฐานเสร็จวันที่ 9 ก.ย. ก็จะส่งมอบให้เทศบาลเมืองนครพนมได้ดูแล ส่วนงบที่เหลือก็จะดำเนินการจัดนิทรรศการขั้นตอนและประวัติความเป็นมาในการสร้าง   พร้อมจัดงานเฉลิมฉลองสมโภชใหญ่ระหว่างวันที่ 9-17 ก.ย. รวม 9 วัน 9 คืน โดยจะมีนางรำ 300-400 คน มาร่วมขบวนอัญเชิญเครื่องเซ่นไหว้บวงสรวง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังพิธีอัญเชิญพญานาคแล้วเสร็จ ประชาชนจำนวนมากต่างยื้อแย่งเข้าคิวรับวัตถุมงคลพระผงจากพระอาจารย์บุญอุ้ม ขณะเดียวกันได้มีแผงลอตเตอรี่มาตั้งเรียงรายกว่า 20 แผง โดยตัวเลขที่หายากเป็นเลข 41 , 14 ซึ่งเป็นเลขท้ายรถเทรลเลอร์ที่บรรทุกพญานาคมา และเลข 28 เป็นวันทำพิธียกส่วนหาง ส่วนเลข 29 เป็นวันยกเศียร โดยเฉพาะเลข 41 แทบหายาก แม่ค้าพากันโกงราคาเลขชุด 10 ใบ 5 คู่ ในราคา 600 บาท แต่ก็จำหน่ายหมดในพริบตา

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวแค้นเพื่อนเอาหน้าพ่อแม่ตัดต่อหนังโป๊ ประเคนทั้งหมัดทั้งแข้งไม่ยั้ง(คลิป)

 เว็บไซต์ เร็นทีวี และ โปรโกรอด ของรัสเซียเผยแพร่คลิปวิดีโอ เหตุการณ์หญิงวัยรุ่นเปิดศึกทะเลาะเดือดในเมืองคีรอฟ ทางตะวันออกของรัสเซีย โดยสาวเสื้อลายผลักเพื่อนสาวล้มลง ก่อนเตะและรัวหมัดใส่ที่หน้าเต็มแรงจนอีกฝ่ายบาดเจ็บคามือคาเท้า ท่ามกลางเพื่อนๆวัยรุ่นมุงดูจำนวนมาก  ทั้งนี้ เพื่อนสนิทของวัยรุ่นระบุว่า สาวเสื้อลายขวางโกรธแค้น เพราะถูกเพื่อนเอาใบหน้าพ่อแม่ของเธอไปตัดต่อลงหนังโป๊ จึงบันดาลโทสะเข้าไปทำร้าย ขณะที่คู่กรณีก็ยอมรับว่า ตัดต่อหนังโป๊จริงเพื่อแก้แค้นที่เพื่อนมาด่าพ่อล่อแม่ก่อน ส่วนอาการบาดเจ็บนั้น แทบเดินไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สรุปตายถึง 16 กลุ่มติดอาวุธบุกมหาวิทยาลัยอเมริกันในกรุงคาบูล ดวลปืน 10 ช.ม.

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เอเอฟพีรายงานเหตุกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายโจมตีมหาวิทยาลัยอเมริกัน ในกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน ทางกองทัพอัฟกานิสถานใช้เวลาเกือบ 10 ชั่วโมงกว่าจะยุติเหตุการณ์ได้  ว่า พบผู้เสียชีวิต 16 ราย

เหตุการณ์ดังกล่าวมีเสียงดวลปืนและระเบิดดังสนั่นไปทั่วพื้นที่มหาวิทยาลัย ทำให้บรรดานักศึกษาที่ติดอยู่ภายในต้องวิงวอนขอความช่วยเหลือทางสื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทั้งนี้แม้ยังไม่มีกลุ่มก่อเหตุประกาศตัว เหตุนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากอาจารย์ชาวอเมริกันและอาจารย์ออสเตรเลียจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถูกกลุ่มตาลิบันใช้ปืนจี้ลักพาตัวไปโดยยังไม่ทราบชะตากรรม การสอบสวนจึงมุ่งเน้นไปที่กลุ่มตาลิบัน กระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานแถลงว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีทั้งนักศึกษาและตำรวจ ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นทั้งอาจารย์และนักศึกษารวม 30 คน รวมทั้งผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวเอพีที่บาดเจ็บแต่หนีรอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด นักศึกษาหลายร้อยคนได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หลังบรรดานักศึกษาบางกลุ่มใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในห้องเรียนมาวางขวางกั้นทางเข้าออกเพื่อหลบซ่อนตัวจากคนร้ายที่ต่อมาถูกวิสามัญทั้งหมด

ที่มา>>>ข่าวสด

5 เหตุผลที่ SME ไทยควรใช้ระบบ Cloud เพื่อลดค่าใช้จ่ายลงได้

ในยุคที่ทุกคนต่างมีสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และ โน้คบุ้ค ซึ่งแทบทุกระบบก็มีการรองรับระบบ Cloud โดยที่เราเองก็ไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ ซึ่งในเมื่อ Cloud เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวขนาดนี้ แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการ SME จำนวนมากที่ลังเลและไม่กล้าจะก้าวเข้ามาใช้

เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการในต่างประเทศ ต่างๆ ก็ได้มีการใช้ระบบ Cloud เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย, เพิ่มผลกำไร รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่มากขึ้น เรียกได้ว่าใครที่ตามไม่ทัน อาจจะโดนคู่แข่งแซงได้ไม่รู้ตัว

เรามาดู 5 เหตุผลที่ธุรกิจ SME ไทยควรหันมาใช้ระบบ Cloud กันได้แล้วในตอนนี้AW-Cloud_money-final-11. ประหยัดค่าใช้จ่ายได้จริง

แทบทุกส่วนของธุรกิจในตอนนี้ต่างก็จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาช่วย ไล่ตั้งแต่ระบบบัญชี, เงินเดือน, จัดการสต๊อกสินค้า, ระบบจัดซื้อ ฯลฯ ซึ่งเมื่อเป็นเรื่องเทคโนโลยี ก็จำเป็นต้องจ้างพนักงานไอทีเข้ามาดูแลระบบ มีการเช่าเซิร์ฟเวอร์ราคาสูงเข้ามาใช้บริการ

แต่ทุกวันนี้เราสามารถย้ายงานระบบทั้งหมด มาใช้งานบน Cloud ได้แทบทั้งนั้น ซึ่งทำให้ไม่ต้องปวดหัวกับระบบไอทีที่ซับซ้อน ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งานทั้งหมดได้แล้ว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียว

Print2. เพิ่มประสิทธิภาพ ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

ข้อเสียของระบบซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์เดิมๆ คือการที่ต้องให้ทุกคนนั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องที่ออฟฟิศ แต่ความจำเป็นบางครั้งก็ต้องการความสะดวก ทุกที่ทุกเวลา

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเข้าถึงระบบงาน ทำงานได้ทั้งที่ออฟฟิศ, บนรถไฟฟ้าระหว่างเดินทาง, เข้าไปแก้ปัญหาเรื่องงานได้ระหว่างที่เดินห้างชิวๆ ซึ่งการใช้ Cloud ก็ตอบโจทย์มาก ในเมื่อมือถือเข้าเน็ตได้อยู่แล้ว ยิ่งใช้ทำงานได้ด้วยก็ถือว่าใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นAW-Cloud_com-money3. ระบบ CCTV ที่ปลอดภัยกว่าเมื่อเชื่อมต่อกับ Cloud

แทบจะทุกธุรกิจตอนนี้ต่างก็ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดเอาไว้ เพื่อความปลอดภัย แต่การติดตั้งระบบที่เก็บข้อมูลง่ายๆ ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ออฟฟิศก็ดูจะไม่น่าปลอดภัยมากนัก เพราะคนในก็เข้าออกได้ ขาดความเสถียร

แต่ถ้าแค่เราเชื่อมต่อกล้องกับระบบ Cloud ก็ทำให้คุณสามารถเช็คกล้องได้ทุกที่ทุกเวลา เปิดไอโฟนขึ้นมาดูความเรียบร้อยของหน้าร้านแบบ Real-time, หากมีปัญหาไฟไหม้น้ำท่วม ภาพทั้งหมดก็ยังคงอยู่ แถมสมัยนี้มีระบบแจ้งเตือนทาง SMS ด้วยนะถ้ากล้องเจอสิ่งผิดปกติtrue-cloud-service-44. ทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ใกล้ชิดกว่าเดิม

ยังมีใครที่สั่งงานผ่าน Group LINE กันอยู่หรือเปล่า แน่นอนว่าเป็นวิธีสั่งการที่สะดวกรวดเร็ว และมีใช้งานกันทุกคน แต่เมื่อคุณต้องทำเพื่องานที่มีความสำคัญจริงๆ การใช้ Cloud ก็เป็นเรื่องจำเป็นมาก

การสื่อสารกันภายในบริษัทไม่ว่าจะเป็นการแชท, การประชุมพูดคุย, Video Conference, การส่งหรือแชร์เอกสาร และที่สำคัญคือมีการควบคุมจากส่วนกลางได้ ทำให้ไม่ต้องห่วงความลับในองค์กรลั่วไหลไปสู่คู่แข่งได้

5. ได้ใช้ระบบเทียบเท่าบริษัทระดับใหญ่ โดยไม่ต้องใช้การลงทุนมากนัก

ถ้าใครยังจำได้สมัยที่ต้องซื้อระบบจากบริษัทใหญ่ๆ ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรก็ไม่ใช่ถูกๆ แถมถ้าจะเลือกใช้โปรแกรมจากบริษัทข้ามชาติต่างก็มีราคาที่สูงมาก ต้องเป็นบริษัทใหญ่จริงๆ ถึงจะจ่ายไหว

แต่ทุกวันนี้ด้วยระบบ Cloud ทำให้เรามีโอกาสได้ใช้ระบบที่มีประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับที่บริษัทใหญ่ระดับโลกใช้งานกันtrue-cloud-service-5:: สรุป ::

จะเห็นนอกจากการใช้ Cloud จะทำให้ธุรกิจของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น, ปลอดภัยมากขึ้น, ลบข้อจำกัดต่างๆ ออกไปได้ แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ธุรกิจของเราอีกด้วย

บริการ True : Smart Cloud for Business ถือเป็นบริการที่ตอบโจทย์สำหรับธุรกิจทั้ง ห้างร้านขนาดเล็ก, SME หรือแม้แต่องค์กรขนาดใหญ่ ด้วยบริการที่รองรับทั้ง Cloud, Internet, Mobile รวมถึงมีที่ปรึกษาที่ให้คำแนะนำ รองรับธุรกิจที่ขยายตัวได้อย่างมืออาชีพ

แต่ทั้งนี้การเลือกใช้หรือไม่ใช้ Cloud อาจจะไม่ใช่แค่กับธุรกิจของเราเพียงอย่างเดียว เมื่อมองไปว่าคู่แข่งไม่ว่าจะรายเล็กรายใหญ่ ต่างก็สามารถใช้งานผ่านระบบ Cloud ได้เช่นเดียวกัน เมื่อโลกหมุนไปแล้วแต่เรายังอยู่กับที่ ก็มีโอกาสที่ธุรกิจของเราจะถูกแซงจนตามใครไม่ทันไปอีกนานเลยก็เป็นไปได้

ที่มา>>>macthai

คอนเฟิร์ม !! Mac รุ่นใหม่ มาพร้อมพอร์ต Thunderbolt 3 และ USB 3.1 ความเร็ว 10Gbps

macbook-pro-touch-id-oled-640x360
ล่าสุด 9to5Mac ได้ไปพบโค้ดบางอย่างใน macOS Sierra เวอร์ชัน Beta ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ล่าสุดของสินค้าตระกูล Mac ทั้งหมด โดยเจอโค้ดบางอย่างเกี่ยวกับ “Super Speed Plus

ซึ่งจะรองรับพอร์ตใหม่อย่าง Thunderbolt 3 และ USB 3.1 เวอร์ชัน 2 ที่สามารถทำความเร็วในการส่งข้อมูลสูงถึง 10 Gbps บอกใบ้ว่า Mac รุ่นปี 2016 จะมาพร้อมฮาร์ดแวร์ใหม่ พอร์ตใหม่ยกเซต

os-x-el-capitan-usb-3-1-gen-1-text-string-mac-hardware-741x600
ซึ่ง OSX El Capitan ที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้ ยังคงรองรับแค่ USB 3.1 เวอร์ชันแรกที่ทำความเร็วได้เพียง 5 Gbps เท่านั้น ซึ่งจะเห็นว่าความเร็วของ USB 3.1 เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

macos-sierra-usb-3-1-gen-2-text-string-mac-hardware2-747x600
สำหรับข่าวลือที่แอปเปิลจะเปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ ดีไซน์ใหม่ หลังจากที่ไม่เคยอัพเดทรูปร่างหน้าตาเลยถึง 4 ปี ซึ่งมีข่าวลือหลุดออกมาว่า จะใช้ชิป Intel Skylake รุ่นใหม่ มาพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัสที่ใช้จอ OLED มาไว้แทนที่ Touch Panel หรือปุ่ม F1-F12 ด้านบน และอาจจะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID ที่ปุ่มเปิดปิดเครื่องด้วย

ต้องคอยลุ้นว่าวันที่ 7 กันยายนนี้ MacBook Pro รุ่นใหม่จะมีจริงหรือไม่ แล้วมันจะเปิดตัวพร้อมกับ iPhone 7 ในเดือนหน้านี้หรือเปล่า

ที่มา – 9to5Mac

พังประตูจับหนุ่มคลั่งมีดจี้แฟนสาววัย 18 นาน 8 ชม. ยังไม่สิ้นฤทธิ์ไล่ฟันแม่บังเกิดเกล้าเจ็บ

จากกรณีที่นายคิมหันต์ สุขกลิ่น อายุ 22 ปี ขังตัวเองอยู่ในห้องนอนแล้วใช้มีดปลอกผลไม้จี้คอน.ส.เต้ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปีแฟนสาว ภายในบ้านเลขที่ 81 หมู่ที่ 1 ซอย.ผสมศรี ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 10 นาย ยืนรายล้อมรอบบ้านพร้อมเกลี่ยกล่อมให้ชายคนดังกล่าวให้วางอาวุธลงแต่ไร้ผล นายคิมหันต์ยังขู่ว่าหากเจ้าหน้าที่ไม่ถอนกำลังกลับไป จะเชือดคอหอยแฟนสาว พร้อมคว้าแกลอนน้ำมันเบนซินที่เตรียมมาลาดตัวแฟนสาว และตัวเองพร้อมเตรียมจะจุดไฟเผาทั้งเป็น โดยมีนาง รุ่งนภา สุขกลิ่น อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่ยืนพูดเกลี่ยกล่อมช่วยอีกแรงแต่ไร้ผลกลับจะถูกนายคิมหันต์ใช้มีดไล่แทง โชคดีที่กระโดดหลบได้ทัน โดยเหตุเกิดตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืน

ต่อมาเวลา 08.30 น.วันที่ 25 ส.ค. หลังจากเกลี่ยกล่อมนาน 8 ช.ม.แล้ว พ.ต.ท.อุทัย ขันทอง รอง.ผกก.ป สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน 10 นาย พร้อมเสื้อเกราะ โล่กำบังและปืนยิงกระสุนยาง บุกเข้าชาร์จจับตัวนายคิมหันต์  โดยฉวยโฮกาสที่นายคิมหันต์ไม่ทันระวังตัว บุกพังประตูหน้าบ้าน พร้อมสาดกระสุนยางใส่ตัวนายคิมหันต์ที่กำลังนั่งอยู่ในห้อง ส่วนแฟนสาวใช้โอกาสเผลอวิ่งหนีออกมาจากห้องได้สำเร็จ ก่อนที่นายคิมหันต์วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมานอกบ้าน วิ่งข้ามถนนกระโดดลงไปในป่าหญ้ากกข้างทาง  เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดล้อมจนกระทั้งนายคิมหันต์ยอมจำนนมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งการบุกชาร์จครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย คือนางรุ่งนภา สุขกลิ่น ผู้เป็นแม่ ถูกฟันเข้าบริเวณนิ้วมือข้างขวา น.ส.เต้ แฟนสาวตัวประกัน มีบาดถูกอาวุธมีดบาดบริเวณต้นแขนซ้าย และส.ต.ต.พรชพล มาละอินทร์ ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.พระสมุทรเจดีย์ มีบาดแผลถูกปลายมีดบาดบริเวณใต้ตาซ้าย ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะลำเรียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดงและโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ให้แพทย์ทำการรักษา

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายคิมหันต์ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“ท่านคิม”สั่งยิงจรวด ตกทะเลญี่ปุ่นอีก โสมใต้-อเมริกาเริ่มเครียด

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ทางการเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปจากเรือดำน้ำ หรือเอสแอลบีเอ็ม พิสัยการยิงไกลถึง 500 กิโลเมตร พุ่งไปตกในเขตป้องกันภัยทางอากาศ หรือเอดิซ ของประเทศญี่ปุ่น สร้างความตื่นตระหนกให้กับสหรัฐอเมริกา และชาติพันธมิตร  เหล่าเสนาธิการร่วมของกองทัพเกาหลีใต้ ระบุว่า ขีปนาวุธดังกล่าวมีพิสัยการยิงที่ไกลกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางแสนยานุภาพขอเกาหลีเหนือ ระบบนี้จะทำให้เกาหลีเหนือมีขีดความสามารถในการตอบโต้การโจมตี และทำให้ภัยคุกคามด้านอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเพิ่มมากขึ้นไปอีก เพราะเกาหลีเหนือจะสามารถยิงขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ไกลกว่าคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวของเกาหลีเหนือถือว่าส่งผลต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นอย่างร้ายแรง และนับเป็นสิ่งที่อภัยให้ไม่ได้

การยิงเอสแอลบีเอ็มดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกองทัพสหรัฐกับเกาหลีใต้เปิดฉากยุทธการซ้อมรบประจำปี “อุลชี ฟรีด้อม” เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เกาหลีเหนือขู่จะเปิดฉากตอบโต้ด้วยการใช้ขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์โจมตีเต็มอัตราศึก เนื่องจากเกาหลีเหนือมองว่า เป็นการซักซ้อมเพื่อรุกราน แต่สหรัฐกับเกาหลีใต้แย้งว่า การซ้อมรบนี้มีขึ้นเพื่อการป้องกันตัวเป็นหลัก

ที่มา>>>ข่าวสด

มือใหม่แต่งบ้านควรรู้ 10 ชิ้นปัง 5 ชิ้นพัง เรื่องตกแต่งบ้าน

มือใหม่แต่งบ้านควรรู้ 10 ชิ้นปัง 5 ชิ้นพัง เรื่องตกแต่งบ้านเอาแล้ว พอคิดจะแต่งบ้านก็มานั่งคิดอีกว่าจะซื้ออะไรบ้างดี ไอ้นั่นก็จำเป็น ไอ้นี่ก็จำเป็น หรือนั่นก็อยากได้ นี่ก็อยากโดนเพราะมันดูเข้ากับบ้านเราเหลือเกิน แต่รู้ไหมว่าในบรรดาของที่เราต้องการและคิดว่าจำเป็นอาจมีของตกแต่งบ้านที่ไม่จำเป็นอยู่ในนั้นก็เป็นได้ มาดูกันว่าถ้าคุณเป็นมือใหม่และอยากแต่งบ้านด้วยตัวเอง ชิ้นไหนที่ปังและควรซื้อ หรือชิ้นไหนที่ซื้อแล้วพังไม่เหมาะหรือเกินจำเป็นของแต่งบ้าน 10 ชิ้นปัง

1.ผ้าปูที่นอนผืนใหม่ ลองเปลี่ยนผ้าปูที่นอนจากโทนสีที่เคยใช้ให้เป็นอีกแบบหนึ่ง เช่น ถ้าเคยใช้โทนสีเข้มก็เปลี่ยนเป็นสีอ่อน

2.เทียนหอม กลิ่นจะเป็นตัวบ่งบอกบรรยากาศภายในบ้านได้เป็นอย่างดี

3.เชิงเทียน อาจเปลี่ยนทรงจากเป็นก้านสูงเป็นตะเกียงก็ได้ ก็จะให้ความคลาสสิกไปอีกแบบหนึ่ง

4.ดอกไม้-แจกัน ดอกไม้คือสิ่งจำเป็นสำหรับการแต่งบ้าน ควรมี 3 จุดด้วยกัน ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องรับแขก

5.หมอน หมอนเล็กๆ ที่อยู่ตามจุดต่างๆ ของบ้าน อาจเปลี่ยนรูปทรง หรือสีให้ดูแปลกตาและทันสมัยขึ้น

6.รูปภาพ ถ้าเคยติดภาพวาด ภาพพิมพ์ ขาว-ดำ อาจเปลี่ยนเป็นภาพวิว ภาพถ่ายที่ดูมีสีสันขึ้น หรืออาจเปลี่ยนเรื่องของขนาดภาพ

7.โคมไฟ ถ้าเปลี่ยนโคมไฟแนะนำให้เปลี่ยนโคมไฟที่เด่นที่สุดของบ้าน เพราะจะทำให้อารมณ์ของบ้านเปลี่ยนไปทันที

8.ต้นไม้ อาจลองมาจัดสวนเล็กๆ ในบ้านด้วยต้นไม้จากเมืองหนาวอย่างพวกไม้ใบก็จะช่วยทำให้แปลกตาขึ้นและดูแลได้ง่าย

9.พรม ถ้าเคยใช้สีเรียบหรือพรมเรียบ ก็ลองเปลี่ยนเป็นสีสันหรือเป็นพรมขนสัตว์แทน

10.สีผนังบ้าน อาจเปลี่ยนสีและลายของวอลเปเปอร์ หรือเปลี่ยนสีของผนังไปเลย เพื่อสร้างความแปลกใหม่

ของแต่งบ้าน 5 ชิ้นพังไม่แนะนำให้ซื้อมา

1.หน้ากากครอบที่นั่งชักโครกและพรมรองเท้า ไม่มีใครต้องการหน้ากากครอบที่นั่งชักโครกหรือพรมรองพื้นบริเวณโถส้วมทุกคนหรอก เพราะมันกลับเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค และคุณยังต้องทำความสะอาดมันเพิ่มขึ้นอีกด้วย

2.กรอบรูปจำนวนมาก กรอบรูปจำนวนมากที่ไม่เข้ากันมันกลับทำให้บ้านดูไม่ดีมากกว่า

3.ผ้าม่านที่ล้าสมัย คุณอาจรู้สึกแปลกใจที่รู้ว่าห้องบางห้องไม่จำเป็นต้องมีผ้าม่านก็ได้ หากคุณได้อยู่ในห้องหรือบ้านมีมีหน้าต่างสวยๆ โดยเฉพาะงานไม้แบบดั่งเดิม หรือถ้าคุณอาศัยอยู่ในชนบท บ้านไม้คุณอาจไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าม่านเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว

4.การจัดดอกไม้ปลอม จริงอยู่ที่มีพืชประดิษฐ์บางชนิดที่ดูสวยงามแต่จริงๆ มันก็ไม่ดี ยิ่งถ้าเป็นต้นไม้ประดิษฐ์หรือดอกไม้ประดิษฐ์ช่อโตมันกลับกลายเป็นที่ๆ มีฝุ่นเกาะอยู่เต็มไปหมด

6.ของกระจุกกระจิก มันอาจจะเป็นของตกแต่งบ้านที่ดี แต่ถ้ามีของเหล่านี้มากเกินไปมันจะยิ่งทำให้บ้านรก และยุ่งยากเมื่อต้องทำความสะอาด

ที่มา>>>Sanook

จีนเปิดอย่างเป็นทางการ สะพานกระจก “จางเจียเจี้ย” ทั้งสูงทั้งยาวสุดในโลก

เอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.  จีนเปิดใช้งานสะพานแขวนพื้นกระจกที่ยาวและสูงที่สุดในโลก ในเมืองจางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน ประเทศจีนอย่างเป็นทางการ เชื่อมระหว่างหน้าผาที่รู้จักกันในชื่อ ภูเขาอวตาร  หนังเรื่องดังของฮอลลีวู้ดที่มาถ่ายทำที่ภูเขาแห่งนี้ สะพานสร้างเสร็จเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ออกแบบเป็นสะพานความยาว 430 เมตร สูงจากพื้น 300 เมตร กว้าง 6 เมตร มูลค่าราว 117 ล้านบาท ปูด้วยกระจกบานหน้าต่าง 99 แผ่น ซ้อนสามชั้น ออกแบบโดยนายเฮม โดตัน สถาปนิกชาวอิสราเอล สะพานกระจกในจีนเป็นที่โด่งดังใหม่หมู่คนรักการถ่ายรูปทิวทัศน์งดงามในอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ไปจนถึงการแสดงโยคะ การฉลองแต่งงาน ทางการจีนเคยโชว์การใช้ค้อนขนาดใหญ่ทุบ และแม้กระทั่งใช้รถยนต์ที่บรรทุกผู้โดยสารเต็มคันแล่นข้ามเพื่อพิสูจน์ความแข็งแรงของสะพานเมื่อช่วงต้นปี ตั้งเป้าหมายรองรับนักท่องเที่ยววันละ 8,000 คน สำหรับ จางเจียเจี้ยเป็นเมืองมรดกโลก เป็นที่ตั้งของเขาเทียนเหมินซาน หรือภูเขาหวินเมิ้งซาน หรือ ซงเหลียวซาน เรียกขานกันว่า ประตูสวรรค์ สามารถเดินทางขึ้นไปด้วยเคเบิลคาร์ ตลอดทั้งปีมี 4 ฤดู ในแต่ละฤดูจะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป

การเส้นทางเดินเลาะขอบผาเพื่อให้นักท่องเที่ยวสัมผัสความน่าตื่นเต้น มีทางเดินแบบกระจกใส หรือสกายวอล์ก ลงบันไดเลื่อนสู่ถ้ำเทียนเหมินตัง หรือถ้ำประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน มีบริการนั่งรถรางไฟฟ้าชมภาพเขียน 10 ลี้ ซึ่งมีความยาว 5 กิโลเมตร

ภาพเขียนนั้นแท้จริงเป็นคำเปรียบเปรยถึงวิวทิวทัศน์ของภูเขาที่มองเห็นอยู่ไกลๆ ว่าสวยงามเหมือนภาพเขียน ปรากฏขุนเขาประมาณ 200 แท่งเรียงราย ยอดเขารูปร่างแปลกตาเรียงรายกัน

ที่มา>>>ข่าวสด